
เตือนคอเน็ตระวังเมลรักลวงหลอกเจาะข้อมูล
อาชญากรไซเบอร์มักจะใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์สำคัญและโอกาสพิเศษต่างๆ เพื่อล้อหลอกผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่รู้ไม่เท่าทัน
อาชญากรไซเบอร์มักจะใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์สำคัญและโอกาสพิเศษต่างๆ เพื่อล้อหลอกผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่รู้ไม่เท่าทัน
ศูนย์วิจัยเทรนด์แล็บส์ ของบริษัท เทรนด์ ไมโคร สังเกตว่าช่วงเทศกาลปีใหม่ วันวาเลนไทน์ เป็นโอกาสพิเศษที่อาชญากรไซเบอร์ตั้งเป้าทำเงินให้กับตนเอง ผ่านกลวิธีการต่างๆ เช่น การส่งข้อความสแปมที่มาพร้อมกับมัลแวร์ไปจนถึงเว็บไซต์ลวงที่อันตราย ซึ่งผู้ใช้ต้องระมัดระวังให้มากขึ้นกว่าช่วงเวลาปกติ เพราะอีเมลแสดงความรักกลับมีอันตรายแอบแฝง วันสำคัญต่างๆ เช่น วันคริสต์มาส วันปีใหม่ วันฮาโลวีน และวันวาเลนไทน์ นอกจากจะเป็นวันเฉลิมฉลองของคนทั่วโลก ยังเป็นโอกาสของเหล่าอาชญากรไซเบอร์ในการแพร่กระจายมัลแวร์ด้วยเทคนิควิศวกรรมทางสังคมเพื่อลวงผู้ใช้ให้ตกเป็นเหยื่อ
สำนักวิจัย comScore สำรวจพบว่า เดือนกุมภาพันธ์ 2553 จำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์นัดพบ อีการ์ด และของขวัญในสหรัฐเพิ่มจำนวนสูงขึ้น โดยเฉพาะเว็บไซต์ของขวัญเพิ่มขึ้นเป็น 32.2 ล้านครั้ง ขณะที่เว็บไซต์เฉพาะบุคคลหรือนัดพบมีจำนวนการโพสต์เพิ่ม 5% คิดเป็น 24.2 ล้านครั้ง และเว็บไซต์ อี-การ์ด ยังเป็นเว็บไซต์ที่ติดหนึ่งในอันดับสูงสุดด้วยจำนวนการเข้าเยี่ยมชมที่เพิ่มขึ้น 7%
เนื่องจากโอกาสพิเศษจะช่วยกระตุ้นยอดขายและกำไรแล้ว วันสำคัญก็เป็นวันที่อาชญากรไซเบอร์ก็เช่นกัน สามารถล้อลวงหรือโจรกรรมข้อมูลได้เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งภัยในช่วงวันวาเลนไทน์มักจะเป็นการสร้างความรำคาญใจให้กับผู้ใช้ และอาจนำไปสู่ภัยคุกคามต่างๆ เช่น การติดเชื้อของระบบ ตลอดจนการขโมยข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลทางการเงินที่สำคัญ
ทั้งนี้ มัลแวร์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด ในการแสวงหาประโยชน์จากวันวาเลนไทน์ คือ WALEDAC โดยก่อนหน้านี้เป็นที่รู้จักว่าเป็นมัลแวร์ที่ใช้เทคนิคด้านสแปม แต่ WALEDAC ยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการนำสายพันธุ์มัลแวร์อื่นๆ มายังระบบของผู้ใช้ด้วย มัลแวร์ตัวนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น Storm (พายุลูก) โดย WALEDAC ใช้เทคนิคและโมเดลในการทำงานเหมือนกับ Storm
นอกจากนี้ อาชญากรไซเบอร์ยังเปลี่ยนวิธีการส่งเมล์ไปยังเมล์ของคนทั่วไปแล้ว ปีนี้ยังเป้าวิธีใหม่ด้วยการเข้าไปล้อลวงในเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ และเวบไซต์นัดพบ/ส่วนตัว ด้วยเพื่อล่อลวงเอาเงินจากผู้ใช้บริการของเว็บไซต์ดังกล่าว ดังนั้น คณะกรรมการด้านการค้าของสหรัฐ (FTC) จึงได้จัดทำข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงสัญญาณเตือนภัยซึ่งจะใช้ช่วยในการระบุว่าคนแปลกหน้าที่คุณพบทางออนไลน์นั้นอาจสนใจเงินของคุณมากกว่าตัวคุณก็ได้
สัญญาณเตือนภัยมีดังนี้
1. อาชญกรไซเบอร์ต้องการให้คุณออกจากเวบไซต์นัดพบทันทีและแจ้งให้หันมาใช้อีเมลส่วนตัว หรือบัญชีผู้ใช้บริการรับส่งข้อความด่วน (ไอเอ็ม) แทน
2. อ้างว่าเกิดความรู้สึกรักในทันที
3. อ้างว่ามาจากสหรัฐแต่ขณะนี้อยู่ต่างประเทศ
4. มีแผนว่าจะเดินทางมาเยี่ยมแต่ทำไม่ได้เพราะเกิดเหตุการณ์เศร้าสลดใจทางบ้าน
5. ขอให้คุณช่วยจ่ายเงินค่าเดินทาง วีซ่า หรือเอกสารเดินทางอื่นๆ ค่ารักษาพยาบาลของบุตรหรือญาติ อ้างว่าต้องการเงินช่วยเหลือเพื่อให้ฟื้นตัวจากภาวะการทรุดตัวทางการเงินชั่วคราวหรือต้องมีเงินใช้จ่ายในระหว่างรอข้อตกลงทางธุรกิจครั้งใหญ่
6. แจ้งขอเงินเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง
สัญญาณเตือนภัยดังกล่าวข้างต้นมีแนวโน้มที่จะเป็นภัยคุกคามที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ แต่สามารถหลีกเลี่ยงได้อย่างง่ายดายด้วยการรู้จักสังเกตและให้การระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าการโจมตีในรูปแบบวาเลนไทน์ส่วนใหญ่นั้นจะมาในรูปแบบของสแปม ผู้ใช้จึงควรระวังการเปิดข้อความอีเมลที่มอบส่วนลดครั้งใหญ่ หรือโฆษณาโปรโมชั่นที่ดูเหลือเชื่อ ตลอดจนควรทำการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ ผู้จำหน่ายที่ถูกต้องและเชื่อถือได้เท่านั้น
ในการใช้ชีวิตออนไลน์อย่างปลอดภัย ให้จดจำเคล็ดลับต่อไปนี้ให้ขึ้นใจ ได้แก่
1. ตรวจสอบข้อตกลงและเงื่อนไขของไซต์นั้นๆ ก่อนจะสั่งซื้อสินค้า ตรวจสอบรายละเอียดที่สำคัญ เช่น ราคารวม วันที่จัดส่ง การยกเลิกคำสั่งซื้อ และนโยบายการส่งคืนสินค้า
2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้จำหน่ายมีจริง และสามารถติดต่อได้ในกรณีที่เกิดปัญหาด้านการดำเนินการหรือการจัดส่ง
3. ใช้บัตรเครดิตแทนบัตรเดบิต เนื่องจากธนาคารส่วนใหญ่มีนโยบายป้องกันเครดิตเพื่อจำกัดการสูญเสียทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อบัตรโดนขโมย การใช้บัตรเดบิตอาจเป็นการเปิดเผยบัญชีธนาคารที่จะสร้างความเสี่ยงได้มากกว่า และอาจไม่ได้รับการคุ้มครองความเสี่ยงเหมือนกับการใช้บัตรเครดิต
4. อย่าใส่ข้อมูลส่วนบุคคลผ่านทางหน้าจอแบบป็อปอัป เพราะแฮกเกอร์สามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งดังกล่าวได้ ไซต์ที่ถูกต้องจะไม่ใช่ข้อความป็อปอัปเพื่อร้องขอข้อมูลส่วนบุคคล
5. ก่อนที่จะป้อนข้อมูลบัตรเครดิต ให้ดู https:// ในแถบที่อยู่ เนื่องจากสิ่งนี้จะเป็นตัวบ่งชี้ความปลอดภัยของไซต์นั้นๆ นอกจากนี้ ไซต์บางแห่งยังแสดงรูปแม่กุญแจที่ล็อกอยู่หรือไอคอนรูปกุญแจที่มุมล่างขวาในบราวเซอร์ของคุณด้วย







