'สีหศักดิ์' ชี้ การทูตไทยเผชิญ 6 ข้อท้าทาย ลดความเสี่ยงภาษีทรัมป์
'สีหศักดิ์' ชี้การทูตไทยเผชิญ 6 ข้อท้าทาย ต้องเชื่อมโยงการต่างประเทศกับเศรษฐกิจ หนุนหาพันธมิตร สร้างตลาดใหม่ลดความเสี่ยงภาษีทรัมป์
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “Proactive Diplomacy การทูตเชิงรุก โอกาสไทยไร้พรมแดน” ในงาน Dinner Talk : Go Thailand 2026 - Beyond Survival โอกาสไทยในวิกฤต จัดโดยฐานเศรษฐกิจ ว่าความท้าทายของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศมีมากขึ้น
โดยที่ผ่านมาในช่วงหลังที่ตอนที่ตนยังเป็นเอกอัครราชทูตในช่วงหลังๆนั้นบทบาทประเทศไทยหายไปจากเวทีโลกและในอาเซียน โดยในเวทีต่างๆมีการพูดถึงหลายประเทศ เช่น อินโดนิเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม แต่ประเทศไทยหายไปจากจอเรดาร์
สาเหตุมาจากหลายเรื่องเพราะเช่นปัญหาของการเมือง เศรษฐกิจ และการทูตของที่ผ่านมาซึ่งไม่ขับเคลื่อนเท่าที่ควร ขณะเดียวกันโลกก็เปลี่ยนไปมาก แล้วการต่างประเทศของไทยจะมีการขับเคลื่อนทันหรือไม่ เมื่อความท้าทายมีอยู่มาก
“การทูตยุคใหม่ต้อง Walk and Talk ไม่ใช่ Talk and talk คือต้องทำให้การทูต และการต่างประเทศที่ประชาชนได้ประโยชน์อย่างแท้จริง”นายสีหศักดิ์ กล่าว
ในส่วนความท้าทาย 6 ประการในทางการทูตในปัจจุบัน คือการ
1.การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ไม่เสียเป้าหมายระยะยาว การกำหนดยุทธศาสตร์การต่างประเทศในระยะยาว
2.การท้าทายในเรื่องกัมพูชา เราจะก้าวข้ามความขัดแย้งกับกัมพูชา อย่างไร โดยท่าทีในการทูตของกัมพูชาหลายเวทีไม่ได้เป็นมิตรกับประเทศไทย และมีเรื่องของการที่เข้ามาของมหาอำนาจ เช่น การเข้ามาของสหรัฐที่เข้ามาเป็นตัวกลางเรื่องของการไกล่เกลี่ยสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชา
โดยไทยได้ตัดสินใจ ว่ามหาอำนาจสามารถจะช่วยไกล่เกลี่ยบางประเด็นได้ จนนำไปสู่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย จนกระทั่งทหารไทยเหยีบกับระเบิดเป็นครั้งที่ 7 จนไทยต้องระงับการทำตามข้อตกลงไว้ก่อน
โดยในวันพรุ่งนี้ (3 ธ.ค.) จะนำเรื่องนี้ไปเสนอที่การประชุมสนธิสัญญาออตโตวาที่นครเจนีวา โดยหากกัมพูชาไม่ยอมรับความผิดจะเสนอให้มีการตั้งกรรมการเข้ามาสำรวจข้อเท็จจริงเรื่องการวางกับระเบิด
3.โลกเปลี่ยนไปจากเดิมมาก โดยในอดีตที่เราคิดว่าโลกมีกติการ่วมกัน แต่ตอนนี้กติกาเดิมของโลกนั้นถูกบั่นทอน ประเทศไทยจะทำอย่างไร เราจะวางตัวอย่างไร เช่นเราจะอยู่ตรงกลาง แต่ก็ต้องมีจุดยืนตามผลประโยชน์ของเรา แต่เราต้องหาพันธมิตร มาช่วยสนับสนุนจุดยืนของเรา เช่นเรื่องอาเซียน สหภาพยุโรป ที่ต้องร่วมกันรักษาผลประโยชน์
4.การต่างประเทศที่สนับสนุนเศรษฐกิจของไทย โดยภาคเอกชนจะเข้ามามีส่วนร่วม สนับสนุนการทูตมากขึ้น โดยในเรื่องของการวางนโยบายของเศรษฐกิจ การทูตนั้นจะต้องเอาเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ เศรษฐกิจที่ยั่งยืน และเศรษฐกิจสีเขียว ที่เกี่ยวข้องกับการต่างประเทศอย่างมาก โดยขอให้ทูตแต่ละประเทศกำหนดเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่จะสนับสนุน Go Thailand เพื่อลดผลกระทบจากการกีดกันทางการค้า ที่จะจำเป็นมากหากเราโดนในเรื่องของภาษีตอบโต้จากสหรัฐ หรือภาษีตามนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โดยในปัจจุบันไทยเรากำลังสมัครเข้ากลุ่มเศรษฐกิจใหม่ที่เติบโตเร็ว (BRICS) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยทำให้เรามีทั้งตลาดใหม่ในการส่งออก และมีมาตรฐานที่สูงขึ้น
5.เอกภาพในประเทศของทีมไทยแลนด์ การต่างประเทศที่ดีนั้น ต้องเริ่มในประเทศไทย การทำงานที่เป็นเอกภาพ การทำงานที่เป็นทีมเดียวกัน ต้องมีการสนับสนุนทั้งจากฝ่ายเศรษฐกิจ และฝ่ายความมั่นคง ที่จะต้องสนับสนุนซึ่งกันและกัน
6.การชี้แจงเรื่องงานของกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งในเรื่องของการทำงานเรื่องการทูตทั้งเรื่องการต่างประเทศที่เกี่ยวกับความมั่นคง และเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งงานของกระทรวงการต่างประเทศนั้นมีความท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ ในการทำงานไปสู่เป้าหมายของประเทศ


