
เอกนิติ ชี้ขึ้น VAT จำเป็นต่อฐานะการคลัง พร้อมมีแผนลดรายจ่าย–เพิ่มรายได้รัฐ
เอกนิติ แจงขึ้น VAT เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการคลังระยะปานกลาง ไม่ได้ปรับขยับภาษีอย่างเดียว แต่เดินหน้าควบคู่มาตรการลดรายจ่ายรัฐและเพิ่มรายได้ เพื่อเสริมเสถียรภาพการคลังระยะยาวของประเทศ
KEY
POINTS
- การปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นมาตรการจำเป็นในแผนการคลังระยะปานกลาง เพื่อสร้างความมั่นคงและแข็งแกร่งให้กับฐานะการคลังของประเทศ
- แผนการขึ้น VAT จะเกิดขึ้นในอนาคตแบบค่อยเป็นค่อยไปจาก 7% เป็น 8.5% โดยจะพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตใกล้เคียงศักยภาพ เพื่อไม่ให้กระทบประชาชน
- มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิรูปการคลังภาพใหญ่ ซึ่งรวมถึงการลดรายจ่ายภาครัฐที่ไม่จำเป็น และการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้เป็นธรรมมากขึ้น
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงแผนการปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากปัจจุบันอยู่ที่ 7% ว่าเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญตามกรอบแผนการคลังระยะปานกลาง (Medium-Term Fiscal Framework) ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยย้ำว่าการปรับโครงสร้างรายได้ของรัฐเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ฐานะการคลังของไทยกลับมาแข็งแรงและรองรับการลงทุนอนาคตของประเทศ
"เราไม่ได้บอกว่าจะขึ้นตอนนี้ ซึ่งอยู่ในแผนระยะปานกลาง เป็นแผนที่รัฐบาลต้องเตรียมไว้เพื่อให้ฐานะการคลังเรามั่นคง โจทย์ใหญ่คือเราต้องการทำให้ฐานะการคลังเรามั่นคง ถ้าเราไม่เตรียมพร้อม building for the future ประเทศไทยอาจจะยิ่งแย่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องมีแผนชัดเจนทั้งด้านรายได้และรายจ่ายว่าเราจะเดินยังไงต่อไป" นายเอกนิติ กล่าว
พร้อมชี้ ว่า ในแผนการคลังระยะปานกลางมันมีทั้งขึ้นภาษีและลดภาษี ไม่ได้มีแต่มีแต่การปรับขึ้นภาษี มีลดภาษีให้คนข้างล่างด้วย เช่น ค่าลดหย่อนของมนุษย์เงินเดือนอาจจะเพิ่มขึ้น แต่คนที่รายได้สูงก็อาจต้องลดค่าลดหย่อนลง “เพื่อให้โครงสร้างภาษีเป็นธรรมขึ้น” จึงอยากให้ช่วยสื่อสารให้ชัดเจนว่าอันนี้คือแผน ไม่อยากให้ถูกหยิบไปเป็นประเด็นการเมือง เพราะเราทำเพื่อให้ประเทศมีความมั่นคงทางการคลังจริงๆ
โดยแผนการปรับ VAT เป็นส่วนหนึ่งของ “แผนใหญ่ทั้งระบบ” ของรัฐบาล ครอบคลุมทั้งรายได้ รายจ่าย และการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณ โดยมาตรการขึ้น VAT จะปรับแบบค่อยเป็นค่อยไป จาก 7% เป็น 8.5% ในอนาคต ภายใต้เงื่อนไขว่าเศรษฐกิจไทยจะต้องกลับมาเติบโตใกล้ศักยภาพ เพื่อไม่ให้กระทบประชาชนและผู้ประกอบการ พร้อมฝากสื่อช่วยสื่อสารว่าการเตรียมความพร้อมด้านการคลังสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศ
" รัฐบาลยังมีมาตรการควบคู่ ได้แก่ การปรับลดงบประจำที่ไม่จำเป็น เพิ่มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และออกมาตรการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับกลุ่มรายได้ต่ำและมนุษย์เงินเดือน ผ่านการเพิ่มค่าลดหย่อน ขณะที่กลุ่มรายได้สูงอาจปรับลดค่าลดหย่อนบางส่วน" นายเอกนิติ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ย้ำว่ากรณีที่นายกรัฐมนตรีมีท่าทีชะลอการปรับ VAT นั้น ไม่ได้มีความขัดแย้ง เพราะทั้งหมดเป็นแผนระยะกลาง ไม่ใช่การตัดสินใจขึ้นทันทีในปัจจุบัน และยังต้องประเมินความพร้อมของเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน พร้อมย้ำว่า “อยากให้เห็นภาพใหญ่ ไม่ใช่หยิบเฉพาะพาดหัว การปรับ VAT อยู่ในแผนเพื่อเสริมฐานะการคลัง ไม่ได้ใช้เป็นประเด็นทางการเมือง”







