ไทยลงนามความร่วมมือขายข้าวให้สิงคโปร์5 ปี ไม่เกิน 100,000 ตัน
ไทย–สิงคโปร์ลงนามความร่วมมือข้าว–สาธารณสุข เดินหน้ากระชับความร่วมมือรอบด้าน ฉลองครบรอบ 60 ปีสัมพันธ์ทางการทูต
KEY
POINTS
- ไทย โดยกรมการค้าต่างประเทศ และสิงคโปร์ โดยสำนักงานอาหารสิงคโปร์ (SFA) ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือด้านการค้าข้าว
- ภายใต้ข้อตกลง ไทยจะจำหน่ายข้าวให้สิงคโปร์ในปริมาณไม่เกิน 100,000 ตันต่อปี
- ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคและขยายตลาดให้กับผู้ส่งออกข้าวไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความร่วมมือระหว่างไทยและสิงคโปร์ 2 ฉบับ ได้แก่
1.บันทึกความร่วมมือด้านการค้าข้าว ระหว่างกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานอาหารสิงคโปร์ (SFA) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค โดยไทยตกลงจำหน่ายข้าวให้สิงคโปร์ไม่เกิน 100,000 ตัน ในระยะเวลา 5 ปี เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทางการค้าและเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกข้าวไทยขยายตลาดในสิงคโปร์
2.บันทึกความร่วมมือด้านการพัฒนาศักยภาพผู้นำสาธารณสุขเพื่อการดูแลผู้สูงอายุในเมือง ระหว่างสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ และ Singapore Health Services เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนานวัตกรรม และฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ด้านการดูแลผู้สูงอายุ
ภายหลังพิธีลงนาม ทั้งสองนายกรัฐมนตรีได้ร่วมแถลงข่าว โดยเห็นพ้องเดินหน้าความร่วมมือรอบด้านในโอกาสครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–สิงคโปร์ ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่
1.เศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาอย่างยั่งยืน – เห็นพ้องเดินหน้าความตกลงซื้อขายคาร์บอนเครดิตฉบับแรกระหว่างสิงคโปร์กับประเทศสมาชิกอาเซียน และสนับสนุนโครงการเชื่อมโยงพลังงานไฟฟ้า “Lao PDR–Thailand–Malaysia–Singapore Power Integration Project Phase 2” รวมถึงความร่วมมือด้านพลังงานหมุนเวียน
2.เศรษฐกิจเชื่อมโยงและยืดหยุ่น – ไทยชื่นชมสิงคโปร์ที่เป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และยินดีต้อนรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า ไบโอเทค และศูนย์ข้อมูล (Data Center) รวมทั้งหารือการร่วมทุนธุรกิจซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO)
-ในมิติ ดิจิทัล ทั้งสองประเทศสนับสนุนความร่วมมือผ่านความตกลง DEPA และ DEFA เพื่อเสริมศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัล
-ในมิติ ความมั่นคงทางอาหารและสาธารณสุข ยืนยันความร่วมมือด้านการค้าข้าวและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ รองรับสังคมสูงวัย
3.ความมั่นคงและการป้องกันประเทศ – ไทยและสิงคโปร์จะขยายความร่วมมือด้านกลาโหม อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีป้องกันประเทศ รวมถึงการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอาชญากรรมทางไซเบอร์ ซึ่งไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมนานาชาติด้านนี้ในเร็ว ๆ นี้
4.ความร่วมมือระดับภูมิภาคและโลก – ทั้งสองประเทศมุ่งกระชับบทบาทในอาเซียน ผลักดันการบูรณาการทางเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงภูมิภาคทุกมิติ พร้อมยืนยันการยึดมั่นในระบบการค้าพหุภาคีที่เป็นธรรม
นายอนุทินยังได้หารือกับนายลอว์เรนซ์ หว่อง ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติผ่านกลไกทวิภาคี ภายใต้การสนับสนุนของอาเซียน.


