คลัง เตือน! ทำผิดเงื่อนไข "คนละครึ่ง" แลกสิทธิเป็นเงินสด-หักหัวคิว ดำเนินคดีทันที
ลวรณ ปลัดคลัง ย้ำโครงการคนละครึ่ง พลัส ตรวจเข้มระบบมากขึ้น หากพบทำผิดเงื่อนไข แลกสิทธิเป็นเงินสดหรือหักหัวคิว “ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที” พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมมหาดไทย
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังเตือนร้านค้าและผู้ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส ที่ทุจริตแลกสิทธิเป็นเงินสดหรือหักหัวคิวจะถูกดำเนินคดีทันที
- มีระบบตรวจสอบที่เข้มงวดและประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าอย่างใกล้ชิด
- ยืนยันว่าหากตรวจพบการกระทำผิดเงื่อนไข จะถูกดำเนินคดีทันทีซึ่งมีความเข้มงวดกว่าโครงการที่ผ่านมา
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่หากมีร้านค้าและผู้ใช้สิทธิในโครงการคนละครึ่ง พลัส ทำผิดวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยอาจมีการแลกสิทธิเป็นเงินสดแทน และมีการหักค่าหัวคิว ว่า โครงการคนละครึ่ง พลัส มีระบบการตรวจสอบและป้องกันอย่างดีมาก ซึ่งจะสามารถตรวจสอบรู้ได้ทันทีว่าร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการแต่ละร้านมีการขายของจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังได้ประสานความร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทย ในการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและติดตามอย่างใกล้ชิดอีกด้วย
“ยืนยันว่าหากพบการทำผิดเงื่อนไขโครงการ จะดำเนินคดีทันทีเหมือนโครงการก่อนหน้า โดยครั้งนี้เข้มงวดขึ้นเพราะประสานกับมหาดไทย ใช้กลไกอำเภอและอบต. ตรวจสอบอย่างละเอียด และหากมีเบาะแส หน่วยงานที่รับผิดชอบจะเร่งตรวจสอบทันที” นายลวรณ กล่าว
สำหรับจำนวนผู้ได้รับสิทธิในโครงการคนละครึ่ง พลัส อยู่ที่ 20 ล้านคน ถือว่าเหมาะสมและครอบคลุมแล้ว และเมื่อรวมกับโครงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีก 13.5 ล้านคน จะรวมเป็นทั้งสิ้น 33.5 ล้านคน ถือว่าเป็นขนาดที่ใหญ่กว่าโครงการคนละครึ่งทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมโครงการสูงสุดที่ 26 ล้านคน ดังนั้นตัวเลขดังกล่าวถือว่าครอบคลุมความต้องการทั้งหมด พอเหมาะ และเหมาะสมแล้ว
อย่างไรก็ดี หลังจากนี้รัฐบาลจะมีการเร่งผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านต่าง ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปลายปี คาดว่าจะมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวออกมาอีก ส่วนรายละเอียดทั้งหมดต้องรอความชัดเจนจากฝ่ายนโยบายอีกครั้ง


