
บจ.maiจ่อเลื่อนชั้นอื้อ
บิ๊กตลาดหุ้นแย้มมี บจ. mai หลายแห่งจ่อขอย้ายเข้า SET หลังทุนเกิน 300 ล้านบาทเหตุต้องการเงินทุนขยายกิจการ ด้าน DEMCO ตีปีกเลื่อนชั้น 4 ก.พ.นี้
บิ๊กตลาดหุ้นแย้มมี บจ. mai หลายแห่งจ่อขอย้ายเข้า SET หลังทุนเกิน 300 ล้านบาทเหตุต้องการเงินทุนขยายกิจการ ด้าน DEMCO ตีปีกเลื่อนชั้น 4 ก.พ.นี้
ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) หลายแห่งในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีทุนจดทะเบียนเกิน 300 ล้านบาท แสดงความสนใจจะย้ายหุ้นออกจาก เอ็ม เอ ไอ ไปจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อสนับสนุนการเติบโต
ล่าสุด บริษัท เด็มโก้ (DEMCO) จะเข้าซื้อขายใน SET วันที่ 4ก.พ.นี้ ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ทั้งนี้ จากการสำรวจ บจ.ใน mai ที่มีทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้วเกิน 300 ล้านบาท มีบริษัท แอลวีทีเทคโนโลยี (LVT) ทุนชำระแล้ว 375.88 ล้านบาท บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ (CGD) ทุนชำระแล้ว 2,443 ล้านบาท
บริษัทที่มีทุนเกิน 300 ล้านบาท แต่ทุนชำระยังไม่ถึง เช่น บริษัท โฟกัส ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น มีทุน 400 ล้านบาท ชำระแล้ว 125 ล้านบาท บริษัท สตีล อินเตอร์เทค (STEEL) มีทุน 500 ล้านบาท ชำระแล้ว 50 ล้านบาท
นายไพฑูรย์ กำชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานการเงินและบัญชี บริษัท เด็มโก้ (DEMCO) เปิดเผยถึงเหตุผลของการย้ายหุ้นไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ว่า นอกจากบริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 435.46 ล้านบาท เป็นไปตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แล้ว อีกส่วนหนึ่งต้องการให้นักลงทุนและกองทุนต่างประเทศเข้ามาถือหุ้นของบริษัทมากขึ้น
ปัจจุบันบริษัทมีนักลงทุนต่างชาติถือหุ้นทั้งทางตรงและผ่านเอ็นวีดีอาร์ ประมาณ 7% ซึ่งสะท้อนว่าต่างชาติสนใจ และหากบริษัทย้ายเข้าซื้อขายใน SET ก็จะทำให้หุ้นได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น ทำให้มีสภาพคล่องในการซื้อขายมากขึ้นด้วย
“หากอนาคตบริษัทมีความจำเป็นต้องการใช้เงินทุนเพื่อขยายกิจการ ก็จะมีโอกาสในการเข้าถึงทุนได้ดีขึ้นและง่ายขึ้นด้วย” นายไพฑูรย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้บริษัทยังไม่มีแผนเพิ่มทุนจดทะเบียน คงต้องให้หุ้นเข้าไปซื้อขายใน SET ในระยะใหญ่ๆ ก่อน เพื่อให้เป็นที่รู้จักของนักลงทุนก่อน และส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีอยู่กว่า 1,120 ล้านบาท นั้นยังมีความเพียงพอที่จะให้บริษัทเข้าไปรับงานก่อสร้างได้ในขนาด 4,000-5,000 ล้านบาท
นายไพฑูรย์ กล่าวว่า การตัดสินใจย้ายหุ้นไป SET ไม่ใช่มาจากการที่สิทธิประโยชน์ทางภาษีหมดอายุลง เพราะ DEMCO เสียภาษีในอัตราเดียวกับบริษัทใน SET อยู่แล้ว เพราะมีกำไรสุทธิเกิน 100 ล้านบาท
สำหรับทิศทางการทำธุรกิจของบริษัทปีนี้ คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตอย่างมากจากปีที่ผ่านมา ที่คาดว่าจะมีรายได้ 2,500-2,600 ล้านบาท เพราะธุรกิจของบริษัทยังคงมีโอกาสขยายตัว โดยเฉพาะศักยภาพในธุรกิจพลังงานทดแทน รวมถึงงานรับเหมาโครงการ งานขาย และงานบริการ ซึ่งบริษัทมีงานในมือมูลค่า 5,200 ล้านบาท
นายเจริญ จันทร์พลังศรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยโพลีคอนส์ (TPOLY) กล่าวว่า ผลของการย้ายหุ้นของบริษัทจาก mai ไป SET เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2553 ทำให้บริษัทอยู่ในความสนใจของสถาบันการเงินมากขึ้น โดยเฉพาะการมาเสนอสินเชื่อให้กับบริษัทหลังพบว่าสัดส่วนหนี้สินต่อทุนยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.21 เท่า เท่านั้น และธุรกิจของบริษัทมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่ารายได้จะโต 20% จากปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ การเลื่อนชั้นหุ้นไป SET ทำให้ราคาหุ้น TPOLY มีเสถียรภาพมากขึ้น ไม่มีใครเข้ามาทุบหุ้น และปริมาณการซื้อขายหุ้นก็เป็นไปตามสภาพตลาด
“เดิมบริษัทบริษัทแทบจะไม่อยู่ในสายตาเลย ตอนนี้สถาบันการเงินได้เดินเข้ามาพบ มาเสนอสินเชื่อให้จำนวนมาก” นายเจริญ กล่าว







