
เทกโอเวอร์ฮิตปี’53เฉียดแสนล.
ก.ล.ต.เปิดสถิติตลาดทุนปี 2553 พบตัวเลขเทกโอเวอร์ 8.32 หมื่นล้านบาท พุ่ง 359.66% จากปี 2552 ขณะที่คดีทำผิดอาญามีถึง 21 คดี กล่าวโทษ 60 ราย
ก.ล.ต.เปิดสถิติตลาดทุนปี 2553 พบตัวเลขเทกโอเวอร์ 8.32 หมื่นล้านบาท พุ่ง 359.66% จากปี 2552 ขณะที่คดีทำผิดอาญามีถึง 21 คดี กล่าวโทษ 60 ราย
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยตัวเลขสถิติที่สำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดทุนประจำปี 2553 ซึ่งเป็นปีที่ดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นแรงกว่า 40% ว่า มีการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ (เทกโอเวอร์) มีมูลค่าหุ้นที่เสนอซื้อทั้งสิ้น 83,214 ล้านบาท แต่เกิดขึ้นจริงจำนวน 57,881 ล้านบาท พุ่งขึ้น 359.66% จากปี 2552 ที่มีเพียง 18,189 ล้านบาท และเกิดขึ้นจริง 15,533 ล้านบาท โดยมีจำนวนบริษัทที่ถูกซื้อทั้งสิ้น 21 บริษัท จากปี 2552 อยู่ที่ 16 บริษัท
ไตรมาส 4 มีการทำคำเสนอซื้อกิจการรวม 16,136 ล้านบาท เกิดขึ้นจริง 5,650 ล้านบาท จำนวน 7 บริษัท มูลค่าเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2552 ซึ่งเกิดการซื้อขายจริง 2,668 ล้านบาท จำนวน 3 บริษัท
สำหรับการขอซื้อกิจการเพื่อเพิกถอนหุ้นออกจากตลาดในปี 2553 มีจำนวน 6 บริษัท มูลค่ารวมทั้งสิ้น 7,938 ล้านบาท เกิดรายการซื้อขายจริง 5,662 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 มีมูลค่าซื้อขายหุ้นจริง 5,483 ล้านบาท จำนวน 7 บริษัท
การกระทำความผิดในตลาดทุนนั้นมีการดำเนินคดีทางอาญาและมีการกล่าวโทษในปี 2553 จำนวน 21 คดี มีผู้ถูกกล่าวโทษทั้งสิ้น 60 ราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 9 คดี ผู้ถูกกล่าวโทษ 33 ราย
ทั้งนี้ มีการเปรียบเทียบปรับจำนวน 63 ราย เป็นเงินรวม 16 ล้านบาท ก็เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีการปรับ 50 ราย เป็นเงินสูงถึง 74 ล้านบาท
ตัวเลขการร้องเรียนกรณีการกระทำอันไม่เป็นธรรม เช่น การปั่นหุ้นมีทั้งสิ้น 48 เรื่อง เพิ่มขึ้น ปีก่อนอยู่ที่ 35 เรื่อง และเฉพาะไตรมาส 4 ของทั้งสองปีมีเท่ากัน 12 เรื่อง
นอกจากนี้ การทำความผิดทางด้านบริหารมีการเพิกถอนความเห็นชอบ 9 ราย สั่งพัก 4 ราย และภาคทัณฑ์ 8 ราย
สำหรับการระดมทุนมีการขายตราสารหนี้ระยะสั้นรวมทั้งหมด 683,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ที่ออกรวม 559,998 ล้านบาท ส่วนตราสารหนี้ระยะยาวมีวงเงินรวม 270,875 ล้านบาท ลดลงจากปี 2552 ที่ออกในวงเงิน 459,797 ล้านบาท
การออกตราสารทุนในปี 2553 มีจำนวน 12 ราย มูลค่าทั้งสิ้น 40,734 ล้านบาท แบ่งเป็นการเสนอขายให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 13,887 ล้านบาท การเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไป (พีโอ) 17,462 ล้านบาท และเสนอขายให้กับบุคคลในวงจำกัด (พีพี) 3,414 ล้านบาท







