posttoday
สมิติเวชรุกบริหารรพ.ตลาดอินโดจีน

สมิติเวชรุกบริหารรพ.ตลาดอินโดจีน

01 กุมภาพันธ์ 2554

สมิติเวช ชูความเชี่ยวชาญ รุกรับบริหารโรงพยาบาลในตลาดอินโดจีน คาด 3 – 5 ปี มีสัดส่วนรายได้ 10 – 20% พร้อมเดินหน้าลงทุนอีก 400 ล้านบาทด้านไอที ปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 10%

สมิติเวช ชูความเชี่ยวชาญ รุกรับบริหารโรงพยาบาลในตลาดอินโดจีน คาด 3 – 5 ปี มีสัดส่วนรายได้ 10 – 20% พร้อมเดินหน้าลงทุนอีก 400 ล้านบาทด้านไอที ปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 10%

นายเรมอนด์ ฌอง กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สมิติเวช ผู้บริหารโรงพยาบาลสมิติเวช กล่าวว่า เพื่อรองรับการแข่งขันอย่างเสรีในปี 2558 เมื่อข้อตกลงประชาเศรษฐกิจอาเซียนมีผลบังคับใช้ บริษัทจึงวางแผนที่จะเข้าไปทำตลาดในภูมิภาคอินโดจีน ได้แก่ เวียดนาม ลาว กัมพูชา พม่า เป็นต้น ด้วยการรับจ้างบริหารโรงพยาบาล เช่น
 แนะนำรูปแบบการให้บริการด้านต่างๆภายในโรงพยาบาล, การฝึกอบรมพยาบาล เป็นต้น ล่าสุดบริษัทได้เข้าไปรับจ้างบริหารในโรงพยาบาลในประเทศพม่า และเนปาล และในปีนี้บริษัทวางแผนที่จะขยายไปยังประเทศอื่นๆ เพิ่มเติม คาดว่าภายใน 3 – 5 ปีข้างหน้า สัดส่วนรายได้จากการรับจ้างบริหารจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 – 20%

สำหรับประเทศที่จะเข้าไปรับบริหาร บริษัทจะเน้นประเทศที่กำลังพัฒนา เนื่องจากเป็นตลาดใหม่ อุตสาหกรรมโรงพยาบาลกำลังเจริญเติบโต ทำให้ไม่มีคู่แข่งในตลาด ถือได้ว่าเป็นตลาด บลู โอเชี่ยน ซึ่งนอกจากรายได้จากการรับจ้างบริหารแล้ว บริษัทยังมีรายได้เพิ่มเติมจากการรับคนไข้ส่งต่อมารักษายัง โรงพยาบาลสมิติเวช ในประเทศไทยอีกด้วย

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะลงทุนเป็นเงินอีก 400 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในปีนี้เป็นเงิน 90 ล้านบาท หรือ 1.5% ของรายได้ราว เพื่อพัฒนาระบบการให้บริการทางด้านไอทีของบริษัทให้เชื่อมต่อกับโรงพยาบาลในเครือเพื่อให้การทำงานภายในโรงพยาบาลสะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยบริษัทได้เปิดตัวบริการ มาย เฮลท์ โปรไฟล์ หรือประวัติการรักษาพยาบาลสำหรับคนไข้ของโรงพยาบาลสมิติเวชที่สามารถเข้าไปตรวจสอบ หรือดูประวัติการรักษาพยาบาลได้ตลอด 24 ชั่วโมง จากมุมของโลก ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย 5 ปี ของโรงพยาบาลภายใต้คอนเซ็ปต์ Connect Hospital และดำเนินงานมา 2 ปีแล้ว ปีนี้เข้าสู่ปีที่ 3 ส่วนงบที่เหลืออีก 300 ล้านบาท บริษัทจะใช้ลงทุนทางด้านไอทีในอีก 2 ปีที่เหลือ

ส่วนแผนการดำเนินงานอื่นๆ ของบริษัทในปีนี้ บริษัทจะเน้นกระตุ้นยอดขายจากลูกค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะลูกค้าในจากกลุ่มประเทศอินโดจีนให้เติบโต 100% ซึ่งบริษัทจะคงสัดส่วนรายได้จากกลุ่มลูกค้าต่างชาติไว้ที่ 40% และรายได้จากลูกค้าไทย 60% โดยในกลุ่มลูกค้าไทย บริษัทจะกระตุ้นยอดขายผ่านการเปิดบริการใหม่ๆ เช่น ศูนย์บริการไลฟ์ เซ็นเตอร์ เป็นต้น

นายเรมอนด์ กล่าวว่า เป้าหมายในการดำเนินธุรกิจในปีนี้ตั้งเป้าเติบโตในภาพรวมไว้ที่ 10% จากรายได้รวมในปีที่ผ่านมา 6,000 ล้านบาท เติบโต 10% จากปี 2552 โดยปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้ของบริษัทเติบโตมาจากลูกค้าเด็กจากกลุ่มประเทศอาหรับ ส่งผลให้โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดที่ 20% 
       

 

     

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน