posttoday

พิชัย วาง 5 มาตรการรับมือภาษีทรัมป์ คาดไทย-สหรัฐปรับสมดุลการค้าใน 10 ปี

08 เมษายน 2568

พิชัย เตรียม 5 มาตรการรับมือภาษีทรัมป์ ตั้งเป้าสร้างข้อตกลงวิน-วิน คาดปรับสมดุลการค้าไทย-สหรัฐฯ ใช้เวลาเกิน 10 ปี หวังผลประโยชน์ร่วมระยะยาวทั้งสองประเทศ

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยแนวทางการรับมือกับมาตรการภาษีของสหรัฐฯ หลังจากที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะเจรจา โดยระบุว่า การปรับเพิ่มภาษีของสหรัฐฯ เกิดจากปัญหาทางเศรษฐกิจภายในประเทศ เช่น การขาดดุลการค้าที่ต่อเนื่อง ซึ่งไทยเกินดุลสหรัฐมากถึง 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ  และภาระหนี้สิน รวมถึงการย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้สหรัฐฯ ต้องปรับเพิ่มภาษีเพื่อพยายามแก้ไขสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

 

ทั้งนี้ ไทยต้องรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างรอบคอบ โดยต้องมองหาแนวทางที่ทั้งสองฝ่ายสามารถได้รับประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งการเจรจาครั้งนี้จะเน้นการหาข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งไทยและสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่ามาตรการต่างๆ จะต้องสอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของทั้งสองประเทศ

นายพิชัยยืนยันว่า เขาจะนำทีมเจรจาไปหารือกับตัวแทนการค้าของสหรัฐฯ โดยตรง และคัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสมเข้าร่วมทีม อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่แน่นอนในการเดินทางไปเจรจากับสหรัฐ เนื่องจากทุกอย่างต้องดำเนินการอย่างมีความพร้อมและเป็นขั้นตอน 

ถามว่าทำไมเราไม่รีบเจรจา เพราะเรื่องไม่จบง่ายๆ เราต้องรู้ความต้องการที่แท้จริงของสหรัฐ รู้ว่าเขามีปัญหาอะไร อยากแก้ หรืออยากได้อะไรก่อน เราต้องมั่นใจว่าเราดำเนินไปในทิศทางที่แก้ปัญหาได้ ทำงานในทุกขั้นตอนอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนที่จะตัดสินใจเดินทางไปเจรจากับสหรัฐฯ และผมจะคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมเพื่อให้การเจรจาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 

นายพิชัยย้ำว่า แผนรับมือภาษีสหรัฐฯ เน้นปรับสมดุลการค้าหวังผลประโยชน์ร่วมระหว่างสองประเทศ โดยไม่ลดภาษีให้สหรัฐฯ แต่ลดขาดดุลการค้าไทย คาดใช้เวลากว่า 10 ปี ในการปรับสมดุลการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ

ในส่วนของการเจรจาระหว่างประเทศในอาเซียน นายพิชัยมองว่า การรวมกลุ่มเพื่อเจรจากับสหรัฐฯ อาจเป็นเรื่องยาก เนื่องจากแต่ละประเทศมีข้อได้เปรียบและข้อจำกัด มีจุดอ่อนจุดแข็งที่แตกต่างกันออกไป เจรจาพร้อมกันไม่ได้ ทำให้การเจรจาร่วมกันอาจต้องใช้เวลานานและไม่แน่นอนในการหาข้อตกลง

การรวมกลุ่มของประเทศในอาเซียนเพื่อเจรจาเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยาก เพราะแต่ละประเทศมีจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างกัน จึงเป็นเรื่องยากที่จะหาข้อตกลงร่วมกันในระยะเวลาอันสั้น

พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้เตรียมมาตรการรองรับเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้ รวมถึงการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษี และการเร่งรัดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับการดำเนินการของประเทศจีนในช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่ได้ขยายเพดานหนี้สาธารณะเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ

 

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยได้พิจารณาแล้วว่า หากจำเป็นต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะจากระดับ 70% ก็จะทำในกรณีที่มีความจำเป็นจริงๆ โดยต้องพิจารณาถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนในระยะยาว เพื่อให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยมีความมั่นคงและยั่งยืนในที่สุด

ข่าวล่าสุด

พาณิชย์ แจงคุมน้ำมันได้แค่ปลายทาง หลังปรับขึ้น 6 บาท อ้างไร้อำนาจตั้งราคา