posttoday

‘สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ’ แถลงการณ์หนุน ‘กสทช.’ ควรปราศจากการครอบงำของนายทุน

16 กุมภาพันธ์ 2568

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงการณ์หนุนการทำหน้าที่ของ ‘ดร.พิรงรอง’ ระบุสนับสนุนให้กสทช. ทำหน้าที่โดยปราศจากการครอบงำของนายทุน

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ออกแถลงการณ์ ย้อนที่มาถึงการที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาตัดสินจำคุก 2 ปี ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ กรณีออกหนังสือแจ้งไปยังผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ทุกราย เกี่ยวกับการแพร่เสียงแพร่ภาพผ่านกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและแอปพลิเคชัน True ID ซึ่งต่อมาศาลอนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราวระหว่างขั้นตอนการอุทธรณ์คดี

 

ทั้งนี้ การออกหนังสือดังกล่าว มีจุดเริ่มต้นจากข้อร้องเรียนของผู้บริโภคที่ส่งมาที่สำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับบริการของผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่นดังกล่าว

 

เนื้อหาส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ดังกล่าว ระบุว่า บริการด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเป็นบริการสาธารณะที่จำเป็นขั้นพื้นฐาน มีผลต่อการส่งเสริมความรู้และคุณภาพชีวิตของประชาชน ประชาชนในฐานะผู้บริโภคจึงต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิ และรัฐต้องจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม อันสอดคล้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

ด้วยเหตุนี้ กสม.จึงขอสนับสนุนการทำหน้าที่ของ กสทช.ในการกำกับดูแลคลื่นความถี่อันเป็นทรัพยากรของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ ตลอดทั้งการกำกับดูแลกิจการการสื่อสารเพื่อพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคอย่างเป็นอิสระโดยปราศจากการครอบงำทั้งจากอำนาจทางการเมืองและอำนาจทุน และขอเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐทุกฝ่ายรวมทั้ง กสทช. ยืนหยัดในการทำหน้าที่อย่างสุจริต โปร่งใส โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ”

 

ทั้งนี้ เนื้อหาทั้งหมดของแถลงการณ์ฉบับดังกล่าว มีดังนี้

“ตามที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ตัดสินจำคุก 2 ปี ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ กรณีออกหนังสือแจ้งไปยังผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ทุกราย เกี่ยวกับการแพร่เสียงแพร่ภาพผ่านกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและแอปพลิเคชัน True ID ซึ่งต่อมาศาลอนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราว และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รวมทั้งตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่เพื่อปกป้องสิทธิผู้บริโภคของ กสทช.ตามมา นั้น

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะสถาบันสิทธิมนุษยชนระดับชาติ ขอเน้นย้ำว่า บริการด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมในทุกรูปแบบ เป็นบริการสาธารณะที่จำเป็นขั้นพื้นฐาน มีผลต่อการส่งเสริมความรู้และคุณภาพชีวิตของประชาชน ประชาชนในฐานะผู้บริโภคจึงต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิ และรัฐต้องจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม อันสอดคล้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราชกส 2560 มาตรา 46 มาตรา 56 วรรคสี่ และมาตรา 61

ด้วยเหตุนี้ กสม.จึงขอสนับสนุนการทำหน้าที่ของ กสทช.ในการกำกับดูแลคลื่นความถี่อันเป็นทรัพยากรของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ ตลอดทั้งการกำกับดูแลกิจการการสื่อสารเพื่อพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคอย่างเป็นอิสระโดยปราศจากการครอบงำทั้งจากอำนาจทางการเมืองและอำนาจทุน และขอเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐทุกฝ่ายรวมทั้ง กสทช. ยืนหยัดในการทำหน้าที่อย่างสุจริต โปร่งใส โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

ขณะเดียวกัน กสม. ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยึดหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อร่วมกันพัฒนากฎหมายและนโยบายสาธารณะให้เท่าทันสถานการณ์ภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยคงไว้ซึ่งหลักการสำคัญคือการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

11 กุมภาพันธ์ 2568”

ข่าวล่าสุด

พรรคประชาชนสงสัยผลประโยชน์ทับซ้อนกักตุนน้ำมันดันราคาพุ่ง6บาท