
YLG ชี้ทองดีดตัวระยะสั้น หลัง “ทรัมป์” ลดท่าทีแข็งกร้าว
YLG ชี้ระยะสั้นทองคำแกว่งตัวขึ้น รับ “ทรัมป์” ลดท่าทีแข็งกร้าว หลังเข้ารับตำแหน่ง ปธน.สหรัฐ มองเป้าหมายราคาทองคำปีนี้ 2,850-3,000 ดอลลาร์ ทองคำแท่งในประเทศมีโอกาสไปถึง 50,000 บาท แนะใช้เป็นจังหวะเก็งกำไร-เพิ่มโอกาสการลงทุนในตลาดฟิวเจอร์ส
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ราคาทองคำล่าสุดเคลื่อนไหวแกว่งตัว Sideway up ท่ามกลางโมเมนตัมแรงซื้อที่เข้ามาได้ดีในระยะสั้น แม้ว่าราคาได้ปรับลดลงมาทดสอบแนวรับที่ 2,690 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ในวันก่อนที่นาย โดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อรอจับตาการแถลงนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายการค้า
ในระยะหลังจากนี้ นักลงทุนยังคงจับตาท่าทีของนาย โดนัลด์ ทรัมป์ และคาดการณ์ว่าตลาดการลงทุนจะผันผวนมากขึ้น ทั้งนี้ ในพิธีสาบานตน นายทรัมป์ยังคงให้คำมั่นการกลับมาเพื่อสานต่อนโยบาย America First (อเมริกามาก่อน) และประเด็นสำคัญที่ตลาดจับตาอย่างต่อเนื่องคือนโยบายทางการค้า โดยเฉพาะการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าที่อาจไปเพิ่มความเสี่ยงในการเร่งตัวขึ้นของเงินเฟ้อ จนทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ไม่สามารถปรับลดดอกเบี้ยลงได้ตามแผน และกลับมากดดันทองคำในท้ายที่สุด
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำกลับปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่า นายทรัมป์ จะทยอยเปิดเผยแผนการปรับขึ้นภาษีนำเข้าในแต่ละประเทศก็ตาม แต่แผนดังกล่าวนั้นมีความผ่อนคลายลงกว่าที่ตลาดคาดการณ์เอาไว้ เนื่องจากไม่ได้เป็นการใช้ Executive Order ในการประกาศใช้ฉุกเฉิน และไม่ได้ขึ้นภาษีแบบเหมารวมทุกประเทศ โดยเฉพาะกับจีนที่ล่าสุด นายทรัมป์ ได้กล่าวว่ากำลังพิจารณาปรับขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนอีก 10% ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2568 ซึ่งท่าทีดังกล่าวมีความแข็งกร้าวน้อยกว่าที่เคยหาเสียงเอาไว้ว่าอาจขึ้นภาษีกับจีนมากถึง 60%
แม้ว่าการกลับมาของ นายทรัมป์ จะสนับสนุนให้สินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความนิยมในระยะสั้น แต่ขณะเดียวกันการที่นายทรัมป์ เคยได้กล่าวความประสงค์เอาไว้ว่า มีความต้องการเข้ายึดคลองปานามา-เกาะกรีนแลนด์ และอยากจะเปลี่ยนให้แคนาดากลายมาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐ ปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ทองคำจึงยังคงเป็นทางเลือกในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
สำหรับการถือครองในระยะยาว YLG จึงยังคงเป้าหมายทองคำที่ 2,850-3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ขณะที่เป้าหมายของราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศ อยู่ที่ระดับ 46,000-48,500 บาทต่อบาททองคำ (ณ อัตราแลกเปลี่ยน ที่ระดับ 34.00 บาทต่อดอลลาร์) ซึ่งหากค่าเงินบาทอ่อนค่าเหนือระดับ 35.00 บาทต่อดอลลาร์ จะทำให้ราคาทองคำแท่ง 96.5% มีโอกาสขึ้นไปแตะระดับ 50,000 บาทต่อบาททองคำ
ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของทองคำในปีนี้ที่จะแกว่งตัวผันผวนขึ้นนั้น มองว่าสามารถใช้เป็นจังหวะเก็งกำไรสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะสั้น โดยสามารถใช้ 2,726-2,708 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ เป็นแนวรับสำคัญ และใช้ 2,776-2,790 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ เป็นแนวต้าน ส่วนทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศ มองกรอบการเคลื่อนไหวระยะสั้นที่โซน 43,500-44,900 บาทต่อบาททองคำ
นอกจากนี้ ในจังหวะที่ทองคำเคลื่อนไหวสลับทั้งบวกและลบ ยังเป็นโอกาสให้นักลงทุนเข้าลงทุนในตลาดฟิวเจอร์ส ที่สามารถทำกำไรได้ทุกสภาวะตลาด
ขณะเดียวกัน วายแอลจีมองว่าการลงทุนสะสมแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน DCA (Dollar-Cost-Average) เป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจ เพราะจะทำให้นักลงทุนสามารถสร้างวินัยการออม และเข้าถึงราคาทองได้หลากหลาย อีกทั้งปัจจุบันยังสามารถตั้งเวลาซื้อล่วงหน้าได้อีกด้วย







