posttoday
เตือนผู้ผลิตเคมีเกษตรแจ้งขึ้นทะเบียนก่อน22ส.ค.

เตือนผู้ผลิตเคมีเกษตรแจ้งขึ้นทะเบียนก่อน22ส.ค.

26 มกราคม 2554

กรมวิชาการเกษตร แจ้งเตือนให้ขึ้นผู้ผลิตสารเคมีเกษตรมาขึ้นทะเบียนสารเคมีหรือวัตถุอันตรายก่อนครบกำหนด 22 ส.ค.นี้

กรมวิชาการเกษตร แจ้งเตือนให้ขึ้นผู้ผลิตสารเคมีเกษตรมาขึ้นทะเบียนสารเคมีหรือวัตถุอันตรายก่อนครบกำหนด 22 ส.ค.นี้

นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวว่าขอให้ผู้ประกอบการผลิตสารเคมีเกษตร หรือวัตถุอันตรายด้านการเกษตร เร่งมาขึ้นทะเบียนสารเคมีใหม่ ตามประกาศกรมวิชาการเกษตร ที่ให้มาขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายใหม่ ที่ประกาศตั้งแต่ พ.ย.  2552 ที่ผ่านมา ตาม  พรบ.วัตถุอันตราย  พ.ศ. 2551  ที่กำหนดให้สารเคมี หรือวัตถุอันตรายที่ขึ้นทะเบียนมาก่อนหน้าจะหมดอายุทั้งหมดภายใน  3 ปี นับแต่พรบ.วัตถุอันตรายดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจนุเบกษา ซึ่งจะครบกำหนดประกาศในวันที่  22 ส.ค.  54  เพราะฉะนั้นให้มาเร่งขึ้นทะเบียนเพราะหากไม่ขึ้นทะเบียนแล้วหลังครบกำหนดวัตถุอันตรายที่ไม่มาขึ้นทะเบียนจะไม่สามารถผลิตและจำหน่ายได้

“ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรอยู่ระหว่างการเปิดให้เอกชนผู้ผลิตมาขึ้น ทะเบียนสารเคมีวัตถุอันตรายด้านการเกษตร  ตามพรบ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2551 ซึ่งจะครบกำหนดการขึ้นทะเบียนในวันที่ 22 ส.ค. 2554 ซึ่งในประกาศจะมีการกำหนดขั้นตอนและวิธีการพิสูจน์ ตามหลักวิชาการ  ส่วนกรณี  สารเคมี 4 ตัวที่เช่น carbofuran, dicrotophos, EPN และ methomyl  ซึ่งเป็นสารเคมีในกลุ่มยาฆ่าแมลงนั้นปัจจุบันไม่มีการอนุญาตให้มีการจำหน่ายหรือห้ามครอบครองแล้ว แต่อาจจะมีการลักลอบนำมาใช้ ซึ่งขณะนี้กรมวิชาการเกษตรได้มีการเข้มงวดในร้านเคมีเกษตรทุกวันอยู่แล้ว กรณีที่มีการพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายสารเคมีที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนก็จะดำเนินตามกฏหมาย"นายจิรากรกล่าว

นายศุภชัย  โพธิ์สุ  รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กรณีที่เครือข่ายไบโอไทยเรียกร้องให้มีการทบทวนการขึ้นทะเบียนสารเคมีเกษตรเพราะบางชนิดเป็นอันตรายต่อเกษตรกรและผู้บริโภคนั้น ขณะนี้กรมวิชาการเกษตร อยู่ระหว่างการดำเนินการ ตามพรบ.วัตถุอันตราย ซึ่งหากทางภาคประชาชนเห็นว่าประเทศไทยไม่ควรจะมีสารเคมีอันตรายตัวใด ก็สามารถเสนอมายังกระทรวงเกษตรฯได้เพื่อที่จะนำมาหารือร่วมกันด้วยเหตุผลต่อไป

ทั้งนี้ เครือข่ายไบโอไทย ได้แถลงการณ์  เรียกร้องให้กระทรวงเกษตรฯใช้โอกาสที่กรมวิชาการเกษตรทบทวนการขึ้นทะเบียนสารเคมีการเกษตร  จัดระบบการขึ้นทะเบียน เนื่องจากเห็นว่าระบบการขึ้นทะเบียนของสารเคมีเกษตรของไทยหย่อนยานมาก โดยอนุญาตให้มีการขึ้นทะเบียนการค้าและสารออกฤทธิ์กว่า 27,000 รายการ ซึ่งอาจจะมากที่สุดในโลก ขณะที่ประเทศมาเลเซียและเวียดนามมีการอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนเพียง 917 และ 1,743 รายชื่อตามลำดับเท่านั้น โดยเฉพาะการยกเลิกการขึ้นทะเบียน เช่น carbofuran, dicrotophos, EPN และ methomy

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ