
พลังงานหนุนเชฟรอนตั้งแท่นขุดเจาะในอาเซียน
พลังงานหนุนเชฟรอนฯตั้งแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียนช่วยเพิ่มปริมาณก๊าซ10% รองรับความต้องการใช้ในประเทศ
พลังงานหนุนเชฟรอนฯตั้งแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียนช่วยเพิ่มปริมาณก๊าซ10% รองรับความต้องการใช้ในประเทศ
นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า บริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เตรียมขนย้ายแท่นผลิตขุดเจาะก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้น้ำหนักถึง 18,500 เมตริกตัน แท่นเดิมที่นำไปประกอบที่ประเทศอินโดเนียเซีย เนื่องจากไทยไม่มีบริษัทผลิตแท่นขนาดใหญ่ได้ คาดว่าจะนำมาติดตั้งในอ่าวไทยประมาณไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ โดยพื้นที่ติดตั้งจะอยู่ห่างจากชายฝั่ง 200 กิโลเมตร ซึ่งการการติดตั้งแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาตินี้เป็นไปตามสัญญาซื้อขายก๊าซฯ เพิ่มเติมในโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติจากพื้นที่ผลิตปลาทอง ระยะที่ 2 ระหว่าง เชฟรอน และ ปตท. โดยเชฟรอนฯ มีสัญญาผลิตก๊าซขายให้ ปตท.จำนวน 500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
สำหรับ แท่นขุดเจาะนี้จะช่วยเพิ่มกำลังผลิตก๊าซให้ไทยร้อยละ 10 จากปัจจุบันไทยผลิตก๊าซได้ประมาณ 4,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ขณะที่ความต้องการใช้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยปี 2553 มีกำลังการใช้สูงขึ้นร้อยละ 5-7 และหากปีนี้เศรษฐกิจประเทศเติบโตขึ้นจะส่งผลให้ยอดการใช้สูงถึง 5,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
ดังนั้น การผลิตก๊าซเพิ่มเติมดังกล่าวจึงเป็นการรองรับความต้องการใช้ที่สูงขึ้น เนื่องจากแท่นผลิตก๊าซขนาดใหญ่ที่ติดตั้งนี้สามารถช่วยผลิตก๊าซได้ 300 - 330 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ที่สำคัญสามารถผลิตก๊าซสูงสุดได้ 420 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน หรือเทียบเท่ากับการใช้ก๊าซของโรงไฟฟ้าขนาด 800 เมกะวัตต์ จำนวน 3 โรง
รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการลงทุนผลิตแท่นขุดเจาะก๊าซดังกล่าวเพิ่มเติมแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเติบโตขึ้นมาก โดยนักลงทุนใช้เงินลงทุนถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการผลิตก๊าซในไทยเพิ่มเติม รวมทั้ง เป็นการรองรับความต้องการใช้ในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างงานและกระจายรายในประเทศด้วย







