posttoday

กรมโรงงานเตรียมออกกฎคุมโรงงานปล่อยสารระเหยก่อมะเร็ง

21 มกราคม 2554

กรมโรงงานฯ เตรียมส่งร่างประกาศกระทรวงกำหนดการปล่อยสาร VOCs จากอุปกรณ์ในโรงงานต่อ "ชัยวุฒิ" เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการตรวจสอบ พร้อมเชิญโรงงานที่เกี่ยวข้อง 36 แห่ง เข้าหารือทำความเข้าใจการควบคุมดังกล่าว

กรมโรงงานฯ เตรียมส่งร่างประกาศกระทรวงกำหนดการปล่อยสาร VOCs จากอุปกรณ์ในโรงงานต่อ "ชัยวุฒิ" เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการตรวจสอบ พร้อมเชิญโรงงานที่เกี่ยวข้อง 36 แห่ง เข้าหารือทำความเข้าใจการควบคุมดังกล่าว

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างการทำร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องแนวปฏิบัติเพื่อควบคุมสารอินทรีย์ระเหย (VOCs) จากอุปกรณ์ในโรงงานอุตสาหกรรม โดยจะนำเสนอต่อนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อนำมาใช้เป็นระเบียบและเกณฑ์ในการไปตรวจโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ หากโรงงานใดมีสารดังกล่าวรั่วซึมมากกว่ามาตรฐานที่กำหนด จะต้องทำการซ่อมบำรุง ภายในระยะเวลาที่กำหนด และหากยังไม่ดำเนินการตามกรมโรงงานฯ ก็มีอำนาจที่จะใช้พ.ร.บ.กรมโรงงานมาตรา 37 และ 39 ในการสั่งหยุดกิจการชั่วคราวได้

ทั้งนี้  เนื่องจากการเข้ามาตรวจสภาพมลภาวะทางอากาศยังพบว่า ค่าVOCs ซึ่งเกิดขึ้นจากสารเบนซีน สาร 1-3 บิวทาเดอีน และ สาร 1-2 ไดคลอโรอีเทน ยังสูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดในบางช่วงเวลา จึงเป็นสิ่งที่ประชาชนในพื้นที่เป็นกังวล ทำให้ต้องเข้ามาตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดจะใช้มาตรฐานเดียวกับเกณฑ์การปล่อยของสหรัฐอเมริกา เป็นเกณฑ์ที่เป็นสากล และทั่วโลกยอมรับ โดยร่างประกาศดังกล่าวจะต้องให้รัฐมนตรีลงนาม และประกาศในราชกิจจาบุเบกษา เพื่อมีผลบังคับใช้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม  ในวันจันทร์ที่ 24 ม.ค. 2554 กระทรวงอุตสาหกรรม และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จะเชิญโรงงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปล่อยสารVOCs จำนวน 36 แห่ง ในพื้นที่มาบตาพุด เข้ามาหารือถึงแนวทางการควบคุมดังกล่าว เพื่อลดและควบคุมการปล่อยสารVOCsออกสู่อากาศ

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานของโครงการที่จัดอยู่ในประเภทกิจการรุนแรง 2 แห่ง ได้แก่ บริษัทเก็คโค่ – วัน และ บริษัททีโอซี ไกลคอล ว่า โรงงานทั้ง 2 อยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการทำตามมาตรา 67 วรรค 2 ซึ่งในส่วนของโรงไฟฟ้าเก็คโค่ – วัน ที่เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีกำลังการผลิตเกิน 100 เมกกะวัตต์ ยังมีความกังวลเรื่องการปล่อยน้ำลงสู่ทะเล ขณะที่โรงงานทีโอซี ไกลคอล ซึ่งเป็นโรงงานปิโตรเคมีขั้นกลาง เป็นห่วงเรื่องการปล่อยมลพิษออกสู่อากาศ

นายอนุตร จาติกวณิช กรรมการบริษัท โกลว์ พลังงาน กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) ยื่นต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) คาดว่าจะยื่นได้ในเดือนก.พ.นี้ และมีกำหนดการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 4 ของปี 2554 ซึ่งจะทำให้แผนการดำเนินงานล่าช้าออกไปประมาณ 3 เดือน

นายวีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทปตท.เคมิคอล กล่าวว่า โรงงานปิโตรเคมีของทีโอซี ไกลคอล ขณะนี้ต้องหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว เพื่อทำดำเนินการตามมาตร 67 วรรค 2 โดยอยู่ระหว่างการยื่นรายละเอียดเพิ่มเติมให้ทางสผ.และคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้เมื่อผ่านขั้นตอนทุกอย่าง เนื่องจากโรงงานมีความพร้อมที่จะดำเนินการอยู่แล้ว

ทั้งนี้ การที่ต้องหยุดดำเนินการไปนานกว่า 2 ปี ทำให้สูญเสียรายได้ไปแล้วกว่า 5,000 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่าจะมีรายได้จากการดำเนินงานประมาณ 2,400 ล้านบาทต่อปี 

ข่าวล่าสุด

กางแผน สธ. ยกระดับมาตรการดูแลปชช. จาก “วิกฤตฝุ่นPM2.5”