
ไอแบงก์ตั้งเป้าเพิ่มยอดสินเชื่อ1.12แสนล้าน
ธนาคารอิสลาม ตั้งเป้าเพิ่มยอดสินเชื่อเป็น 1.12 แสนล้านบาทในปี2554 พร้อมเน้นรุกรายย่อย หลังปี 2553 ฟันกำไร 1,200 ล้านบาท
ธนาคารอิสลาม ตั้งเป้าเพิ่มยอดสินเชื่อเป็น 1.12 แสนล้านบาทในปี2554 พร้อมเน้นรุกรายย่อย หลังปี 2553 ฟันกำไร 1,200 ล้านบาท
นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เปิดเผยว่า ในปี 2554 ไอแบงก์ตั้งเป้าเพิ่มยอดสินเชื่อเป็น 1.12 แสนล้านบาท เงินฝากเพิ่มเป็น 1.17 แสนล้านบาท สินทรัพย์รวมเพิ่มเป็น 1.31 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้าทำกำไรสุทธิ 841 ล้านบาท โดยจะเน้นขยายฐานสู่กลุ่มลูกค้ารายย่อยให้เพิ่มขึ้นเป็น 60% ของลูกค้าทั้งหมด ส่วนอีก 40% จะเน้นลูกค้ากลุ่มธุรกิจที่มีวงเงินขอสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท โดยเน้นสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจ ขณะเดียวกันจะลดสัดส่วนสินเชื่อระยะยาวลง
สำหรับสินเชื่อโครงการภาครัฐเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน ตามมติคณะรัฐมนตรี ธนาคารคาดว่าจะดำเนินการ 3 โครงการ วงเงินสินเชื่อรวม 5,200 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.สินเชื่อเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบอาชีพให้บริการรถสาธารณะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ , สินเชื่อเพี่อช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (Soft Loan) และโครงการเป็นผู้บริหารและผู้จัดการเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)
รวมทั้งมีโครงการเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน อีก 2 โครงการ วงเงิน 3,050 ล้านบาทได้แก่โครงการสินเชื่อเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน – กรุงเทพฯ รวม 50 เขต และโครงการสินเชื่อเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน – ภาคใต้
นอกจากนี้ ธนาคารยังมีแผนขยายสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศให้เป็น 79 สาขาภายในสิ้นปี 2554 จากปัจจุบันที่มี 54 สาขา รวมถึงสาขาในต่างประเทศด้วย
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2553 มีกำไรสุทธิ 1,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 845 ล้านบาทจากปี 2552 โดยรายได้รวมอยู่ที่ 4,536 ล้านบาท เพิ่มจากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,751 ล้านบาท ขณะที่ยอดเงินฝากอยู่ที่ 8.62 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 4.5 หมื่นล้านบาทจากปีก่อน และสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 9.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 5.3 หมื่นล้านบาท ส่วนหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ไม่เกิน 5%
"ธนาคาร ตั้งเป้าระดมทุนเพิ่ม 2 หมื่นล้านบาท โดย 1.5 หมื่นล้านบาท เป็นการระดมเงินฝากจากผู้ฝากเงิน ส่วนอีก 5,000 ล้านบาท มีแผนจะออกพันธบัตรอิสลาม อายุไม่เกิน 7 ปี ซึ่งรอการอนุมัติหลักเกณฑ์จากทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ภายในไตรมาส 2 นี้ และพร้อมเดินหน้าทันทีเพราะให้บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบีฯ ทำแผนระดมทุนทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว"นายธีรศักดิ์กล่าว
นอกจากนี้ ในช่วงต้นปีนี้ ธนาคารยังเตรียมออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์อิสลาม วงเงินไม่เกิน 1,400 ล้านบาท เพื่อระดมทุนเข้ามาซื้ออาคารสำนักงานใหญ่ โดยขณะนี้ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ไปแล้ว
สำหรับการปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ปะรกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง และหาบเร่-แผงลอยตามโครงการประชาวิวัฒน์นั้น ธนาคารได้เตรียมวงเงินไว้ประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งเงื่อนไขจะคล้ายกับธนาคารของรัฐอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการนี้ คือคิดอัตรากำไรไม่เกิน 12% ต่อปี แต่กรณีเป็นผู้ไม่ดื่มสุรา สูบบุหรี่ ไอแบงก์จะคิดไม่เกิน 11% และหากเป็นสตรีจะคิดไม่เกิน 10% โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. เช่นเดียวกับธนาคารอื่นๆ
นายธีรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ธนาคารจะตรึงอัตรากำไรในการให้สินเชื่อแก่ลูกค้าออกไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน โดยปัจจุบันอัตรากำไรสำหรับลูกค้ารายย่อยอยู่ที่ประมาณ 7% ซึ่งธนาคารไม่ได้ปรับเพิ่มมาเป็นปีแล้ว แต่ในส่วนของเงินฝากอาจมีการปรับเพิ่มอัตรากำไรบ้าง เพื่อขยายฐานเงินฝากลูกค้ารายย่อยให้มากขึ้น
"ดอกเบี้ยนโยบายคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งบางธนาคารอาจจะขึ้นทั้งดอกเบี้ยเงินกู้และดอกเบี้ยเงินฝาก แต่ไอแบงก์จะยังไม่ขึ้นอัตรากำไรในส่วนเงินกู้ คงตรึงไว้อีกประมาณ 6 เดือน เพราะถ้าปรับขึ้นจะกระทบต่อฐานลูกค้ารายย่อย"นายธีรศักดิ์กล่าว







