
จิอากิ คาโต บิ๊กบอสฮอนด้า กับภารกิจผู้นำอย่างแท้จริงในทุกด้าน
แบรนด์รถจักรยานยนต์อันดับ 1 ของประเทศไทยอย่างฮอนด้า ขยับตัวแต่ละทีถือเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะการแถลงนโยบายช่วงต้นปีของทุกปี ล้วนแล้วแต่ถูกจับตาอย่างต่อเนื่องว่าจะมีอะไรใหม่ๆ มาเซอร์ไพรส์....
แบรนด์รถจักรยานยนต์อันดับ 1 ของประเทศไทยอย่างฮอนด้า ขยับตัวแต่ละทีถือเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะการแถลงนโยบายช่วงต้นปีของทุกปี ล้วนแล้วแต่ถูกจับตาอย่างต่อเนื่องว่าจะมีอะไรใหม่ๆ มาเซอร์ไพรส์....
โดย...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล
แบรนด์รถจักรยานยนต์อันดับ 1 ของประเทศไทยอย่างฮอนด้า ขยับตัวแต่ละทีถือเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะการแถลงนโยบายช่วงต้นปีของทุกปี ล้วนแล้วแต่ถูกจับตาอย่างต่อเนื่องว่าจะมีอะไรใหม่ๆ มาเซอร์ไพรส์
และก็ไม่ผิดหวังสำหรับปี 2554 ที่ จิอากิ คาโต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า ควงแขนทีมบริหารครบทีมออกมาประกาศแผนงานล่วงหน้า 3 ปี เพื่อผลักดันให้ฮอนด้าก้าวขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในทุกด้าน
คาโต ย้อนอดีตว่า บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า ก่อตั้งขึ้นในเดือน มี.ค. 2529 โดยเริ่มจากมีผู้จำหน่าย 57 แห่ง และยอดขาย 5.7 หมื่นคัน เป็นเพียงอันดับที่ 3 ในแวดวงธุรกิจรถจักรยานยนต์ ซึ่งหลังก่อตั้งบริษัทได้วางตลาดรถรุ่นต่างๆ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศไทยได้ตรงจุด และถือเป็นรถที่เปิดหน้าศักราชใหม่ของวงการรถจักรยานยนต์ไทยออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ส่งผลให้ในปี 2553 ที่ผ่านมา เรามีร้านผู้จำหน่ายเพิ่มขึ้นเป็น 888 แห่ง มียอดจำหน่าย 1.26 ล้านคัน และเป็นผู้นำตลาดที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าชาวไทยอย่างดีที่สุดตั้งแต่ปี 2532 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันเป็นเวลา 22 ปี”
สำหรับในปี 2553 ที่ผ่านมา ฮอนด้ามองว่าเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอันรวดเร็ว นับจากได้รับผลกระทบวิกฤตการเงินในปี 2551 เศรษฐกิจประเทศไทยก็ได้รับแรงสนับสนุนจากการส่งออก และราคาพืชผลทางการเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้น
ตลาดรถจักรยานยนต์ประเทศไทยเองได้รับแรงเสริมจากสภาพเศรษฐกิจเฟื่องฟู จึงฟื้นตัวอย่างรวดเร็วนับจากปี 2552 ส่งผลให้ตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยปีที่ผ่านมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยมียอดจำหน่ายรวม 1.85 ล้านคัน หรือคิดเป็น 120% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีปริมาณมากเป็นอันดับ 4 ในช่วงที่ผ่านมา
ฮอนด้าเองประเมินว่าตลาดจะเติบโตไปอีกมาก จึงได้เตรียมแผนงานสำหรับรองรับตลาดอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเริ่มในปีนี้ และปี 2554 ยังถือเป็นปีเริ่มต้นแผนระยะกลาง 3 ปีฉบับใหม่ ซึ่งแผนระยะกลางได้กำหนดประเด็นปัญหาจากการทบทวนผลการดำเนินงานในอดีต คาดการณ์สิ่งแวดล้อม และนำความคิดเห็นจากท่านผู้จำหน่ายสะท้อนออกมา สรุปเป็นกลยุทธ์เพื่อมุ่งหวังสู่การเป็นผู้นำตลาดอย่างแท้จริง
โดยมีกลยุทธ์ที่ต้องดำเนินอย่างต่อเนื่อง 3 หัวข้อ ได้แก่ 1.การนำเสนอผลิตภัณฑ์เหนือความคาดหมายของตลาด 2.การเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในทุกด้าน และ 3.การขยายความพึงพอใจสูงสุดของผู้ใช้และสังคม
“สำหรับกลยุทธ์เรื่องการนำเสนอผลิตภัณฑ์เหนือความคาดหมายของตลาดนั้น กล่าวโดยสรุป คือ ในช่วง 3 ปีระหว่างปี 2554-2556 บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จะวางตลาดรถรุ่นใหม่ 12 รุ่น บนพื้นฐานของการเสริมความแข็งแกร่งของสินค้าปัจจุบัน การวางจำหน่ายสินค้าสร้างเทรนด์ และการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ในอนาคต”
ในเรื่องของการเป็นแบรนด์อันดับ 1 นั้น ฮอนด้าถือเป็นองค์กรที่ใหญ่ที่สุดในวงการธุรกิจรถจักรยานยนต์ แต่จะมุ่งมั่นดำเนินการให้เป็นที่ชื่นชอบจากลูกค้าทุกระดับ รวมถึงคนที่ไม่ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วย
รวมไปถึงกลยุทธ์เรื่องการขยายความพึงพอใจสูงสุดของผู้ใช้และสังคม ประกอบไปด้วยแผนการปรับปรุงเครือข่ายผู้จำหน่ายในปัจจุบัน และสร้างเครือข่ายผู้จำหน่ายโดยยึดถือตามแนวคิดใหม่จากมุมมองของลูกค้าให้แข็งแกร่ง โดยจะเพิ่มร้านเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างรวดเร็วเป็น 1,300 แห่ง ภายในปี 2556
คาโต สรุปว่า ปี 2554 นี้เป็นปีที่ควรค่าแก่การจารึกในประวัติศาสตร์ เนื่องจากบริษัทจะมีอายุครบ 25 ปีนับตั้งแต่การก่อตั้งบริษัท และได้ตั้งเป้าหมายสู่การเป็นผู้นำอย่างแท้จริงในตลาดรถจักรยานยนต์ไทยด้วยความท้าทายและปฏิรูปตนเอง
ถือเป็นการประกาศเป้าหมายอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับไปอีกขั้นของผู้นำค่ายนี้!!!







