posttoday

เปิด 2 แนวทาง ภาคอุตสาหกรรม ขอลดค่าไฟ 4 เดือนสุดท้ายปี 66

17 กรกฎาคม 2566

กกร. เสนอ 2 แนวทาง ลดค่าไฟโค้งสุดท้ายปี 2566 ยืดหนี้การกฟผ.-บูรณาการนำเข้า LNG รายเดียว ขณะที่ กกพ.อยู่ระหว่างเปิดเฮียริ่งถึง 21 ก.ค. 2566 คาดราคาค่าไฟอยู่ที่ 4.45 บาทต่อหน่วย

นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี โดยเสนอ 2 แนวทางการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) งวดเดือนก.ย.–ธ.ค. 2566 ดังนี้

1. ขอให้พิจารณาขยายเวลาการคืนหนี้ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) จาก 5 งวด เป็น 6 งวด เพื่อให้ค่า Ft ลดลงอีก 10 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่ง กฟผ. จะได้รับเงินคืนครบภายในเดือน ส.ค. 2568

2. ขอให้มีการบูรณาการในการจัดหาเชื้อเพลิง LNG โดยมอบหมายผู้นำเข้าหลักเพียงรายเดียวในการจัดหา (One Team) เพื่อเป็นการสกัด Demand เทียมจากผู้ส่งสินค้า (Shipper) หลายรายที่เข้ามาจัดหาในตลาด สำหรับนำมาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าในงวดที่ 3 เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสมตามกลไกตลาดและไม่ให้ประเทศเสียเปรียบ

การจัดหา LNG ล่วงหน้า ในราคาเฉลี่ยที่ 14 – 16  ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู เพื่อรองรับการเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งจะทำให้ราคา LNG ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น จากความต้องการใช้พลังงานในโลกที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ กกร. มีความกังวลต่อภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนและผู้ประกอบการที่ยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ที่จะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ซึ่งหากพิจารณาจากปัจจัยที่นำมาคำนวณค่า Ft แล้ว พบว่ามีหลายประเด็นสนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถพิจารณาปรับลดค่า Ft ในงวดที่ 3 ได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. ปริมาณก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยที่ทยอยปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะจากแหล่งเอราวัณที่เพิ่มปริมาณจาก 200 ลูกบาศกูฟุตต่อวัน เป็น 400 ลูกบาศกูฟุตต่อวัน ในเดือน ก.ค. 2566 และมีแผนที่จะเพิ่มเป็น 600 ลูกบาศกูฟุตต่อวัน ภายในเดือน ธ.ค. 2566 ซึ่งจะช่วยลดปริมาณการนำเข้า LNG ได้

2. ปริมาณการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ลดลงเหลือ 41% จากเดิมที่มีการนำเข้า LNG มาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่ 47%

3. ราคา LNG Spot ที่นำเข้ามาผลิตไฟฟ้าลดลงประมาณ 30% จากงวดที่ 2 ในเดือนพ.ค. - ส.ค. ที่ราคาประมาณ 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู มาอยู่ที่ประมาณ 14 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู

4. ราคาพลังงานโลกมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลทำให้ความต้องการใช้พลังงานลดลง

5. ภาระหนี้ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทั้งงวดที่ 1 และงวดที่ 2 ลดลงเร็วกว่าแผนด้วยต้นทุนจริงของ LNG ที่ต่ำกว่าที่เรียกเก็บค่า Ft ทั้ง 2 งวดที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในระดับ 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันต้นทุนค่าไฟฟ้าในช่วงนี้ แต่จากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ด้านการเงินมองว่าจะเป็นการอ่อนค่าในระยะสั้นและจะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นภายในปลายปีนี้  

กกร. ในฐานะผู้แทนภาคเอกชน เห็นว่า การที่อัตราค่าไฟฟ้าของประเทศไทยยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุน รวมทั้งกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน 

อย่างไรก็ตาม สำหรับค่าไฟรอบเดือน ก.ย. - ธ.ค. 2566 สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะถึงวันที่ 21 ก.ค. 2566 โดยมีการคำนวณค่า Ft แบ่งเป็น 3 กรณี คือ

กรณีที่ 1 (จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างทั้งหมด) ค่า Ft  เรียกเก็บประจำงวดเดือน ก.ย. - ธ.ค. 2566 จำนวน 249.81 สตางค์ต่อหน่วย แบ่งเป็น Ft  ขายปลีกประมาณการที่สะท้อนต้นทุนเดือน ก.ย. - ธ.ค. 2566 จำนวน 28.58 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อชำระเงินที่ กฟผ. กู้มาเพื่อตรึงค่าไฟฟ้าตั้งแต่เดือนก.ย. 2564 – เม.ย. 2566 คิดเป็นเงินจำนวน 135,297 ล้านบาท เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วยทำให้ค่าไฟฟ้า (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 6.28 บาทต่อหน่วย 

กรณีที่ 2 (ตรึงค่า Ft เท่ากับงวดเดือน พ.ค. - ส.ค. 66) ค่า Ft เรียกเก็บประจำงวดเดือน ก.ย. - ธ.ค. 2566 จำนวน 91.19 สตางค์ต่อหน่วย แบ่งเป็น Ft ขายปลีกประมาณการที่สะท้อนต้นทุนเดือน ก.ย. - ธ.ค. 2566 จำนวน 28.58 สตางค์ต่อหน่วย และทยอยชำระเงินที่ กฟผ. กู้มาเพื่อตรึงค่าไฟฟ้าตั้งแต่เดือน ก.ย. 2564 – เม.ย. 2566 จำนวน 38,291 ล้านบาท เพื่อลดภาระดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น โดยคาดว่า ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2666 มีภาระหนี้คงเหลือที่ต้องชำระคืนให้ กฟผ. 97,006 ล้านบาท เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้า (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) คงเดิมที่ 4.70 บาทต่อหน่วย

กรณีที่ 3 (จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างใน 5 งวด) ค่า Ft เรียกเก็บประจำงวดเดือน ก.ย. - ธ.ค. 2566 จำนวน 66.89 สตางค์ต่อหน่วย แบ่งเป็น Ft ขายปลีกประมาณการที่สะท้อนต้นทุนเดือน ก.ย. - ธ.ค. 2566 จำนวน 28.58 สตางค์ต่อหน่วย และทยอยชำระเงินที่ กฟผ. กู้มาเพื่อตรึงค่าไฟฟ้าตั้งแต่เดือน ก.ย. 2564 - เม.ย. 2566 โดยแบ่งเป็น 5 งวดๆ ละ 23,428 ล้านบาท โดยคาดว่า ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2666 มีภาระหนี้คงเหลือที่ต้องชำระคืนให้ กฟผ. 111,869 ล้านบาท ทำให้ค่าไฟฟ้า (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับลดลงเป็น 4.45 บาทต่อหน่วย