posttoday
สำนักไซเบอร์ฯแนะองค์กรเก็บความลับข้อมูล รับมือยุค Y2Q

สำนักไซเบอร์ฯแนะองค์กรเก็บความลับข้อมูล รับมือยุค Y2Q

26 มิถุนายน 2566

สำนักไซเบอร์ฯแนะองค์กรเก็บความลับข้อมูลเปลี่ยนซอฟต์แวร์ รับมือยุค Y2Q ควอนตัม คอมพิวติ้ง ผุดเครื่องมือแฮกเกอร์ขโมยข้อมูลเร็วขึ้น ส่งผลให้การเข้ารหัสไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

ควอนตัม คอมพิวติ้ง (Quantum computing) ถูกคาดการณ์ว่าจะเข้ามาเปลี่ยนยุคการประมวลผลแบบเดิมภายใน 7 ปีข้างหน้า แม้ว่าประโยชน์ของ ควอนตัม จะสามารถช่วยให้หลายอุตสาหกรรมสามารถประมวลผลข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และสร้างรูปแบบการจำลองสถานการณ์ต่างๆเพื่อการตัดสินใจในการทำธุรกิจได้รวดเร็วขึ้นหลายเท่ากว่าระบบคอมพิวเตอร์ปัจจุบัน ทว่า ควอนตัม ก็กลับกลายเป็นเครื่องมือของแฮกเกอร์ในการใช้ประโยชน์สำหรับการขโมยความลับขององค์กรต่างๆได้รวดเร็วขึ้น เช่นกัน 

การเข้ารหัสไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) กล่าวว่า Cloud Security Alliance (CSA) ระบุว่า ในอีก 7 ปี ยุคของคอมพิวเตอร์จะเปลี่ยนผ่านจากระบบดิจิทัลสู่ระบบ ควอนตัม คอมพิวติ้ง หรือยุค Y2Q ลักษณะคล้ายยุค Y2K ที่มีการเปลี่ยนยุคของคอมพิวเตอร์ ความสามารถของควอนตัม คอมพิวติ้ง สามารถประมวลผลจำนวนมากได้รวดเร็วกว่าระบบคอมพิวเตอร์แบบเดิมหลายเท่า

สำนักไซเบอร์ฯแนะองค์กรเก็บความลับข้อมูล รับมือยุค Y2Q

ข้อดีคือ ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลที่มีประมวลผลเพื่อวางแผนและจำลองสถานการณ์ก่อนที่จะเลือกทำงานจริงได้หลายรูปแบบในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้เกิดโซลูชันในการแก้ปัญหาต่างๆเพื่อเป็นประโยชน์ในการวางแผนเป็นหมื่นรูปแบบ ข้อมูลที่ได้เป็นมากกว่าการวิเคราะห์ข้อมูล มากกว่าคำว่า AI ซึ่งเป็นการระบุถึงความอัจฉริยะ เป็นมากกว่า Machine Learning คือ ส่วนการเรียนรู้ของเครื่อง ที่ทำให้เกิดบริการ เช่น ChatGPT  

ทว่าในมุมของเทคโนโลยีย่อมเป็นดาบสองคม ในขณะที่เราใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี แฮกเกอร์ก็มีการใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด เช่นกัน ด้วยความสามารถของ ควอนตัม คอมพิวติ้ง จะทำให้สามารถเจาะข้อมูลขององค์กรที่ใช้การเข้ารหัส เช่น การใช้ยูเซอร์เนม พาสเวิร์ด เป็นระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลง่ายขึ้น เร็วขึ้น จากเดิมที่อาจใช้เวลาเป็น 1,000 ปี เหลือเพียงไม่กี่วินาที หรือแม้แต่ระบบบลอกเชน ที่หลายคนมองว่าปลอดภัย แต่นั่นหมายถึงปลอดภัยในยุคดิจิทัล ไม่ใช่ยุค ควอนตัม

แฮกเกอร์จะไม่เพียงขโมยข้อมูลส่วนบุคคลเหมือนที่ผ่านมา แต่จะมีพัฒนาการในการขโมยข้อมูลที่เป็นความลับมากขึ้น เช่น ประวัติการรักษาคนไข้ เอกสารเอ็มโอยูระหว่างประเทศ ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บแบบไบโอแมตทริกซ์ เป็นต้น ซึ่งปัญหานี้จะไม่ใช่เรื่องการขโมยข้อมูลส่วนบุคคล อย่างเดียว แต่จะลามไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

หากข้อมูลความลับของประเทศ อย่างเอกสารเอ็มโอยู ที่ทำกับประเทศต่างๆถูกเปิดเผยสู่สาธารณะสามารถสร้างความขัดแย้งกับประเทศที่สามที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ เป็นต้น 

พลอากาศตรี อมร กล่าวว่า ดังนั้นเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับปัญหาดังกล่าว หน่วยงานที่มีความสำคัญในการเก็บข้อมูลความลับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ธนาคาร กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคง ตรวจคนเข้าเมือง และโรงพยาบาล เป็นต้น จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนซอฟต์แวร์ที่รองรับการปกป้องภัยไซเบอร์จากการใช้ ควอนตัม คอมพิวติ้ง

โดยมาตรฐานดังกล่าวจะมีการประกาศในปี 2567 หน่วยงานต้องเตรียมความพร้อมเพื่อพิจารณาในการใช้งบประมาณกับเรื่องดังกล่าวซึ่งปกติแล้วการเตรียมงบประมาณจะใช้เวลา 2 ปี  

ในยุคของ ควอนตัม คอมพิวติ้ง การเข้ารหัส ด้วยพาสเวิร์ด ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป หน่วยงานต้องเริ่มให้ความสำคัญกับข้อมูล ต้องแยกให้ได้ว่าข้อมูลไหนเป็นความลับต้องแยกเก็บและมีความปลอดภัยรับมือกับแฮกเกอร์ในยุค ควอนตัม ด้วย

ประโยชน์ต่อภาคธุรกิจไทย
ด้าน นายจิรวัฒน์ ตั้งปณิธานนท์ ผู้ก่อตั้ง QTFT (Quantum Technology Foundation Thailand) กล่าวว่า ควอนตัม ต่างจากของคอมพิวเตอร์ธรรมดาซึ่งทำงานบนระบบเลขฐานสอง (Binary Digits หรือ Bits) โดยควอนตัมคอมพิวเตอร์นั้นจะใช้ Qubit (Quantum Bit) ซึ่งสามารถประมวลผลและแปรผลลัพธ์ของข้อมูลได้หลายสถานะในตำแหน่งเดียวด้วยเวลาที่รวดเร็ว ในขณะที่ Bits ธรรมดาเป็นได้เพียงแค่ 0 หรือ 1 เท่านั้น

สำหรับประโยชน์ของ ควอนตัม ขณะนี้มีองค์กรขนาดใหญ่นำมาใช้งานแล้ว โดยเริ่มจากภาคการเงินในการประมวลผลเพื่อการบริหารจัดการหนี้เสีย จากเดิมที่สถาบันการเงินธนาคารมีวิธีจัดการหนี้เสี้ยด้วยการฟ้องร้อง ซึ่งกระบวนการนั้นทำให้เกิดความสูญเสียมากกว่า ทั้งเรื่องการสูญเสียหนี้สินที่ควรจะได้ ไปจนถึงการทำให้ระบบธุรกิจล้มเป็นโดมิโน

เพราะธุรกิจที่ประสบปัญหาอาจมีอีกหลายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เมื่อล้มเจ้าหนึ่งก็ทำให้รายอื่นล้มตามไปด้วยทั้งระบบ แต่การใช้ ควอนตัม มาประมวลและเกิดโซลูชันในการแก้ปัญหาที่มากขึ้นจะช่วยให้ธุรกิจมีความสามารถในการชำระเงินและไม่ล้มทั้งระบบ

นอกจากนี้ยังมีลูกค้าบริษัทปูนรายใหญ่ ใช้ระบบควอนตัมในการวางแผนการขนส่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง คำนวณเส้นทางเดินรถที่เร็วที่สุด ประหยัดเวลาในการเดินทาง ลดพลังงานน้ำมัน ใช้รถขนส่งน้อยลง ทำให้งบประมาณในการขนส่งลดลงตามไปด้วย 

นายจิรวัฒน์ กล่าวว่า ควอนตัม ยังสามารถนำมาใช้กับ สมาร์ทกริด (Smart Grid) เพื่อให้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ สามารถบริหารจัดการระบบไฟฟ้าได้ตั้งแต่การผลิต การส่งไฟฟ้า ไปจนถึงการใช้งานของผู้บริโภค โดยเฉพาะในยุคที่พลังงานทางเลือกถูกนำมาใช้งานมากขึ้น โซลูชันในการจ่ายไฟ สำรองไฟ ต้องมีการคำนวณให้แม่นยำ เพื่อให้มีไฟฟ้าเพียงพอต่อการใช้งาน

สำนักไซเบอร์ฯแนะองค์กรเก็บความลับข้อมูล รับมือยุค Y2Q

หรือแม้แต่การใช้รถยนต์อีวี ที่กำลังจะกลายเป็นเทรนด์ของโลก หากทุกบ้านมีการชาร์จรถอีวีที่บ้านพร้อมกัน จะทำให้การจ่ายไฟไม่เสถียร ดังนั้นจำเป็นต้องมีระบบบริหารจัดการและควบคุมการจ่ายไฟในบ้านแต่ละหลังตามพฤติกรรมการใช้งานที่แตกต่างกันให้ได้ เป็นต้น 

ขณะที่พลอากาศตรี อมร กล่าวเพิ่มเติมว่า ควอนตัม จะเข้ามาเปลี่ยนการพัฒนาสมาร์ท ซิตี้ ให้มีความสมาร์ทมากกว่าการติดตั้งกล้องวงจรปิด แต่ ควอนตัม จะประมวลข้อมูลจากกล้องวงจรปิด มาประมวลเพื่อเกิดรูปแบบการบริหารเมืองหลายรูปแบบพร้อมกัน เช่น การวางแผนการจราจร เป็นต้น สามารถจำลองสถานการณ์ได้พร้อมกับสถานการณ์จริง เพื่อทำให้เมืองสมาร์ทขึ้น บริหารจัดการเมืองได้ทุกมิติ 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ