posttoday
แบงก์นอกเชื่อศก.ไทยโตก้าวกระโดด 5.5%

แบงก์นอกเชื่อศก.ไทยโตก้าวกระโดด 5.5%

21 มกราคม 2553

ดอยซ์แบงก์ เชื่อ เศรษฐกิจไทยปี 53 จะฟื้นตัวแบบก้าวกระโดด คาดขยายตัวถึง 5.5% จากการส่งออกที่ได้ผลพวงเศรษฐกิจฟื้น

ดอยซ์แบงก์ เชื่อ เศรษฐกิจไทยปี 53 จะฟื้นตัวแบบก้าวกระโดด คาดขยายตัวถึง 5.5% จากการส่งออกที่ได้ผลพวงเศรษฐกิจฟื้น

นางจูเลียนา ลี นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารดอยซ์แบงก์ กล่าวว่า ธนาคารดอยซ์แบงก์คาดผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติของประเทศไทย (จีดีพี) ปีนี้โต 5.5 % เนื่องจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ส่งผลให้ภาคธุรกิจส่งออกและการค้าภายในประเทศมีการฟื้นตัวและมีเสถียรภาพมากขึ้น ทั้งยังได้แรงหนุนจากโครงการต่างๆ ของภาครัฐในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาประเทศ

ทั้งนี้ คาดว่า จะมีการฟื้นตัวของภาคธุรกิจส่งออกและการจัดหาสินค้าคงคลังเข้ามาในสต็อกอีกครั้งเพื่อทดแทนสินค้าเก่าที่หมดไป รวมไปถึงความต้องการสินค้าจากประเทศไทยที่เริ่มมีมากขึ้นในตลาดอเมริกาและยุโรป จะเป็นปัจจัยที่ช่วยพลิกให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวได้ในปี 2553 ขณะที่แรงซื้อของผู้บริโภคในตลาดภายในประเทศที่สูงขึ้นและแรงสนับสนุนจากภาครัฐและธนาคารแห่งประเทศไทย จะยิ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในปีนี้อีกด้วย

สำหรับ คาดการณ์อัตราการขยายตัวที่ก้าวกระโดดจากติดลบ 3% ในปี 2552 เป็น 5.5% ในปีนี้ มีสาเหตุมาจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ทำให้อุปสงค์จากต่างประเทศลดลง และปีนี้จะเริ่มปรับขึ้น ซึ่งคาดหวังว่า การอุปโภคบริโภคของภาคเอกชนและภาคการลงทุนในปี 2553 จะมีการเติบโตขึ้นราว 29% และ 8.4% ตามลำดับ ซึ่งช่วยปรับค่าจีดีพีให้สูงขึ้นอีก 1.5% แต่ภาคอุปสงค์ภายในประเทศจะมีการเติบโตเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับตลาดส่งออก

ธนาคารดอยซ์แบงก์ยังคาดว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะทำให้อัตราเงินเฟ้อที่คำนวณจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI Inflation) อยู่ที่ 3.7% ในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าปี 2552 ที่อยู่ที่ระดับติดลบ 0.9% มีผลทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีก 0.75% ในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่ที่ 2% ทั้งนี้ การที่อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จะทำให้อัตราดอกเบี้ยจริงตกลง ดังนั้น นโยบายทางการเงินของไทยจะยังคงช่วยส่งเสริมให้ภาคอุปสงค์ภายในประเทศเติบโตอยู่ได้

แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานจะส่งผลดีต่อค่าเงินบาท แต่การแข็งตัวของค่าเงินก็ยังมีการควบคุมให้อยู่ในระดับที่กำหนด เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงพยายามที่จะรักษาเสถียรภาพในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน โดยภายในสิ้นปีนี้ ค่าเงินบาทไม่น่าจะแข็งกว่า 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เว้นแต่จะมีการผันผวนรุนแรงของอัตราแลกเปลี่ยนในประเทศเพื่อนบ้าน

“อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นของสหรัฐฯ และประเทศในยุโรปยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจทำให้การคาดการณ์ของเราคลาดเคลื่อน” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ดอยซ์แบงก์กล่าว
 
ธนาคารดอยซ์แบงก์ยังได้มีการคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมของโลก (จีดีพี) ว่า จะเติบโตขึ้นประมาณ 4% จากตัวเลขติดลบ 1% ในปี 2552 ขณะที่ค่าจีดีพีในปี 2553 ของสหรัฐฯ และประเทศในสหภาพยุโรปจะขยายตัวราว 3.5% และ 1.5% ตามลำดับ

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย