posttoday
เร่งปฏิรูปการศึกษา เติมทักษะวิชาชีพตั้งแต่ระดับมัธยม ยกระดับแรงงานไทย

เร่งปฏิรูปการศึกษา เติมทักษะวิชาชีพตั้งแต่ระดับมัธยม ยกระดับแรงงานไทย

08 พฤษภาคม 2566

หอการค้าฯ ชี้รัฐบาลใหม่มุ่งปฎิรูปการศึกษาไทย ตอบโจทย์เศรษฐกิจโตยั่งยืน แนะเริ่มเติมทักษะวิชาชีพเบื้องต้นให้กับนักเรียนระดับมัธยม เพื่อยกระดับคุณภาพแรงงาน-เพิ่มขีดความสามารถด้านแข่งขัน หลังต้นทุนค่าครองชีพ พลังงาน-สังคมผู้สูงอายุ ฉุดการแข่งขันไทยลดลง

รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า คาดกว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. 2566 จะมีประชาชนไปใช้สิทธิจำนวนมาก เห็นได้จากการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวานนี้(7พ.ค.) ที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิกันอย่างคึกคักพอสมควร หากดูจากสถิติคาดว่า ในวันที่ 7 พ.ค.นี้ จะมีคนไทยที่มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิประมาณ 60% ขึ้นไป

 

นอกจากนี้มองว่า รัฐบาลใหม่มีภาระกิจหน้าที่ ในเชิงเศรษฐกิจที่ต้องดำเนินการใน 3 ประเด็น ตามที่พรรคการเมืองหลักได้หาเสียงกับประชาชนไว้ อาท

 

1.ผลักดันให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ภายในปีสิ้นปีนี้ ประชาชนมีเงินในประเป๋ามากขึ้น และลดค่าครองชีพของประชาชน  

 

2.เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจ และสังคมไทย หมายความว่า ในระยะปานกลาง 2-4 ปีของรัฐบาล จะต้องสร้างให้คนไทยผลิตสินค้า ที่มีความโดดเด่นบนเวทีโลก ทั้งสินค้าและการท่องเที่ยว เพื่อนำรายได้เข้าประเทศ และต้องสร้างให้คนทุกรุ่น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ประกอบธุรกิจได้ และสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ โดยทำให้ราคาต้นทุนพลังงานถูกลง รวมทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

 

3.ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน คือการลดความเหลื่อมล้ำ การกระจายรายได้ และให้ทุกคนมีรายได้มากขึ้น ทำให้คนที่มีรายได้ปานกลาง มีสัดส่วนที่เพิ่มสูงขึ้น 

 

อย่างไรก็ตาม 3 ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่พรรคการเมืองหลักได้พูดหาเสียงไว้แบบนี้ สิ่งที่พูดมาทั้งหมดนี้จะบอกว่า การศึกษาคือ การตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจประเทศได้ในระยะปานกลางและระยะยาว คือ การเพิ่มการแข่งขัน และการสร้างประเทศไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน


ซึ่ง จาการสำรวจของ International Institute for Management Development (IMD) และ World Economic Forum (WEF) ในทุกประเด็น พบว่า ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันอยู่ในระดับกลางๆ ถ้าเฉลี่ยคือ อยู่ที่ระดับ 30 จาก 60 ประเทศเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก และจุดที่เรามีความเปราะบางสูง คือ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ระบบการศึกษา วิทยาศาสตร์ และประสิทธิภาพของแรงงาน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญในระยะยาวของประเทศ 

 

ดังนั้น รัฐบาลใหม่ควรเน้นในเรื่องปฎิรูปการศึกษาให้ได้ประโยชน์สูงสุด โดยจากผลสำรวจความคิดเห็น พบว่า 77.1% เห็นด้วยที่ให้รัฐบาลควรเพิ่มทักษะด้านภาษาให้เด็กไทยสามารถสื่อสารภาษาที่ 2 ได้เป็นอย่างดี รองลงมาคือ 76.6% การเรียนการสอนในปัจจุบันไม่ส่งเสริม/กระตุ้นให้เด็กแสดงออกถึงศักยภาพของตัวเด็กเอง ร้อยละ 74.5 เห็นว่า งบประมาณของภาครัฐในการพัฒนาเด็กมีน้อย ร้อยละ 73.7% มองว่า อัตราส่วนของนักเรียนต่อครูผู้สอนมากเกินไป เป็นต้น 
 

การผลักค่าแรงขั้นต่ำให้สูงขึ้น เป็นสิ่งที่ทุกพรรคพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามีเป้าหมาย บ้างก็กำหนดเป้าหมายไว้แล้ว บางก็ปรับเป้าหมายไปตามกลไกลไตรภาคี ซึ่งแน่นอนในด้านวิชาการเราก็จะสนับสนุนให้ปรับเป้าหมายไปตามไตรภาคี เพื่อให้ภาคธุรกิจกับภาคแรงงาน เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำจนไม่เป็นภาระของภาคธุรกิจ และไม่ทำให้เปลี่ยนจากการใช้แรงงานเป็นเครื่องจักร หรือย้ายฐานการผลิต เพราะถ้าค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นเร็วเกินไป ความสามารถในการแข่งขันของไทยจะลดลง เพราะต้นทุนของค่าแรงจะถูกกำหนดเป็นนโยบาย และอาจถูกชี้นำให้มีราคาสูง

 

“ถ้าระบบการศึกษาของระดับมัธยมต้น สามารถเติมทักษะวิชาชีพให้นักเรียนที่กำลังเข้าสู่แรงงานวัย 15 ปีขึ้นไป ให้มีทักษะมีฝีมือ จะสอดคล้องกับค่าแรงขั้นต่ำ เช่น ทักษะการเกษตร งานไม้ การไฟฟ้าเบื้องต้น จะช่วยให้การปรับตัวเข้าสู่แรงงานทำได้ดีขึ้น ที่สำคัญจะทำให้ประสิทธิภาพแรงงานไทยสูงขึ้น ดังนั้นจึงเห็นว่ารัฐบาลใหม่ ควรเน้นที่ปรับปรุง หรือปฎิรูปการศึกษา เพราะที่ผ่านมาไทยใช้งบมาณทางการศึกษาสูงมาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้ยังไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร นอกจากเพิ่มประสิทธิภาพด้านการแข่งขันแล้ว ต่อไปไทยจะมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นและมีผู้เสียภาษีน้อยลง รายได้ประเทศจะลดลง จึงจำเป็นต้องเพิ่มทักษะแรงงานไทยโดยด่วน”


 

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน