
จับตา ทางรอด First Republic Bank ท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่น
กอบศักดิ์ ชี้ วิกฤตธนาคารสหรัฐ ยังไม่จบ จับตาแนวทางแก้ปัญหาของแบงก์ First Republic Bank หลังผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่น ผู้ฝากเงินแห่ถอนมากกว่า 1 แสนล้านดอลล์ ขณะที่กูกปรับลดอันดับความเชื่อถือลงต่อเนื่อง เสี่ยงหนักเป็นแบงก์ถูกปิดรายต่อไป เซ่นพิษ Perfect Storm
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ โพสต์ผ่าน เฟซบุ๊คส่วนตัวว่า First Republic Bank เปิดเผยว่า ถูกลูกค้าถอนเงินฝากไป 1.02 แสนล้านดอลลาร์ ในช่วงไตรมาสที่ 1 เกินครึ่งของเงินฝากเดิมที่มีอยู่ 1.76 แสนล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี สะท้อนถึงความกังวลใจของผู้ฝากเงินที่ไม่แน่ใจว่า First Republic Bank จะผ่านช่วงวิกฤตไปได้หรือไม่ จึงถอนเงินออกไปก่อน โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาทำให้วงเงินฝากที่แบงค์ใหญ่สหรัฐมาช่วยกันลงขันเพิ่มให้ “ชั่วคราว” 3 หมื่นล้าน เพื่อให้ทุกคนเชื่อมั่นว่ามีเงินพอแน่ แต่ยังไม่สามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาได้
สุดท้าย First Republic Bank ต้องแก้ปัญหา โดยไปกู้ยืมเงินจากเฟด 9.2 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อมาคืนให้กับลูกค้าเงินฝากเหล่านั้น เมื่อวานนี้ หลังผู้บริหารประกาศข้อมูลผลประกอบการไตรมาส 1 แต่ปฏิเสธไม่ยอมตอบคำถามนักวิเคราะห์ราคา pre-market ของ First Republic Bank จึงลดจาก 16.0 มาอยู่ที่ 12.5 หรือลดลง -21% เปิดตลาดที่ 11.4 หรือ -29% ล่าสุด ปิดตลาด 8.1 หรือ -49% ใน 1 วัน
ทั้งนี้ ในกลางเดือนมีนาคม Moody's ได้ลดอันดับความเชื่อถือของ First Republic Bank มาที่ B2 หรือ กลางๆ ของ Non-investment Grade เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาปรับลดลง 8 อันดับจากที่เคยอยู่ที่ Baa1 ในกลุ่ม Investment Grade ก่อนปัญหาในภาคแบงค์สหรัฐจะเกิดขึ้น เมื่อวานนี้ Moody's ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ Regional Banks ของสหรัฐลง 11 แห่ง มาลุ้นกันต่อครับว่า First Republic Bank จะแก้ปัญหาได้หรือไม่ จะอยู่รอดได้อย่างไร ท่ามกลางความไม่เชื่อมั่น
ท้ายสุด จะเป็นอีกแบงค์ที่ถูกปิดหรือไม่ ?กลายเป็นเหยื่ออีกรายของ Perfect Storm
ทั้งนี้รายงานจาก บีบีซี อ้างนายนีล ฮอลแลนด์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่การเงินของ First Republic Bank ( FRB ) ของสหรัฐฯ ระบุว่า การล้มของธนาคาร 2 แห่งในสหรัฐฯคือ ธนาคารซิลิคอน วัลเลย์ และ ซิกเนเจอร์ แบงก์ เมื่อเดือนมีนาคม ทำให้ต้องปิดสาขาธนาคารหลายแห่ง และส่งผลกระทบต่อเงินฝากที่ไหลออกจากธนาคาร FRB อย่างต่อเนื่อง นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ขณะเดียวกัน FRB อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างงบแสดงฐานะการเงินหรืองบดุล ปรับลดค่าใช้จ่ายและการกู้ยืมระยะสั้น โดย FRB มีแผนจะปรับลดค่าใช้จ่าย รวมทั้งการลดพนักงานลง 20-25% ในอีก 2-3 เดือน







