
แห่กักตุนบุหรี่ก่อนขึ้นภาษี
โพสต์ทูเดย์
— เอกชนแห่กักตุนบุหรี่รับสัญญาณขึ้นภาษี จนยอดจัดเก็บภาษียาสูบสูงลิ่วถล่มทลายนายมั่น พันธโนทัย รมช.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีสัญญาณว่าผู้ประกอบการเริ่มกักตุนบุหรี่แล้ว เมื่อพิจารณาจากผลการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตในเดือน ธ.ค. 2553 ที่ผ่านมาที่สามารถจัดเก็บภาษียาสูบได้ถึง 7,200 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อเทียบกับผลการจัดเก็บรายได้ในช่วงเดือน ธ.ค. 2552 ที่จัดเก็บภาษีได้เพียง 3,400 ล้านบาท เพราะเอกชนเกรงว่า กรมสรรพสามิตจะมีการประกาศปรับขึ้นภาษีบุหรี่
ขณะที่ยอดขายบุหรี่ของโรงงานยาสูบในเดือน ธ.ค. ก็เพิ่มขึ้นถึง 30 %
รมช.คลังยืนยันว่า กระทรวงการคลังจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีในระยะนี้ และไม่ต้องการให้มีการกักตุน ต้องการให้การค้าบุหรี่เข้าสู่ภาวะปกติก่อน โดยนับตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่าไม่มีปริมาณการนำเข้าจนผิดสังเกต แต่การจะขึ้นภาษีบุหรี่หรือไม่นั้นกระทรวงการคลังจะไม่บอกล่วงหน้า
“
ยอดภาษีที่สูงขึ้นมาก สะท้อนว่ามีการกักตุน และมีการนำเข้าเพื่อเก็บบุหรี่ไว้ ซึ่งเรื่องการปรับภาษีบุหรี่เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงอัตราภาษีสรรพสามิตที่ต้องการจัดเก็บเพื่อสร้างความเป็นธรรม ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอนายกรัฐมนตรีให้ปรับเพิ่มภาษีในทุกๆ 2 ปี ซึ่งเรื่องนี้ทางกรมสรรพสามิตจะต้องดูความเหมาะสม เพราะอัตราที่คิดในปัจจุบันถือว่าสูงอยู่แล้ว” นายมั่น กล่าวพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เมื่อปี 2552 กำหนดเพดานสูงสุดที่ 90% ใช้วิธีคำนวณภาษีได้ 2 วิธี คือการเก็บภาษีโดยคิดจากมูลค่า (AD VALOREM TAX) ซึ่งปัจจุบันกำหนดที่อัตรา 85% ของมูลค่าราคาหน้าโรงงานหรือราคา CIF ส่งผลให้ค่าภาษีรวมในอยู่ที่ 567%
วิธีที่ 2 การเก็บภาษีโดยคิดจากปริมาณ (SPECIFIC TAX) กำหนดที่กรัมละ 3 บาท
ทั้ง 2 วิธีเมื่อคำนวณออกมาแล้ววิธีใดที่รัฐได้เม็ดเงินภาษีมากที่สุดให้ใช้อัตรานั้น หากกรณีที่มีการปรับภาษีบุหรี่ขึ้นอีก 1% จะส่งผลให้ค่าภาษีรวมในเพิ่มเป็น 614% หรือเพิ่มขึ้นถึง 50%
นอกจากนี้กรมสรรพสามิต มีแผนจะคิดภาษียาเส้น เนื่องจากพบว่าพฤติกรรมคนเปลี่ยนไปสูบยาเส้นมากขึ้นหลังจากที่มีการปรับขึ้นภาษีบุหรี่ ส่งผลให้สัดส่วนผู้สูบบุหรี่อยู่ที่ 46
% ขณะที่ยาเส้นเพิ่มเป็น 54 % แต่รายได้จากใบยามีจำนวนน้อยแค่ 1 ใน 1,000 ของรายได้จากภาษียาสูบ เนื่องจากมีการแอบอ้างใช้สิทธิเรื่องใบยาพันธุ์ไทย เบื้องต้นคาดว่าจะมีการเก็บภาษีใบยาพันธุ์ไทยและใบยานำเข้าจากต่างประเทศ โดยจะเก็บภาษีใบยาต่างประเทศสูงกว่า
" ข้อเสนอใหม่ของกรมคือให้เพิ่มจัดเก็บภาษีแบบเป็นมวน เพื่อให้สะท้อนความเป็นจริง และอันไหนสูงสุดก็เก็บภาษีอันนั้นเพื่อป้องกันบุหรี่ราคาถูกมาตีตลาดไทย และจะมีการเก็บภาษียาเส้นเพิ่มเพราะมีคนหันมาสูบมากขึ้น และมีผู้ประกอบการบางรายนำไม่เสียภาษีตามความเป็นจริงเพราะแอบอ้างว่าเป็นใบยาพันธุ์ไทย ซึ่งปัจจุบันจะเว้นไม่เสียภาษี " นายพงษ์ภาณุกล่าว







