
‘กสิกร’ได้ใจปีนี้ขอ7แสนล.
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.กสิกรไทย ตั้งเป้าสินทรัพย์ปีนี้ขึ้นแท่น 7.45 แสนล้านบาท หลังผงาดอันดับหนึ่งทุกธุรกิจ “พัชร” ปรับเป้าหมายโตช้าลง แต่เน้นบริการมากขึ้นนายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ปี 2554 นี้ตั้งเป้าหมายเพิ่มสินทรัพย์สุทธิภายใต้การจัดการ(เอยูเอ็ม) เพิ่มเป็น 7.45 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 18% จากสิ้นปี 2553 ที่อยู่ที่ 6.66 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ แบ่งเป็นกองทุนรวม 5.49 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จาก 4.82 แสนล้านบาท เมื่อสิ้นปี 2553 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 1.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จาก 1.22 แสนล้านบาท และกองทุนส่วนบุคคล 6.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จาก 6.3 หมื่นล้านบาท
“
ปีนี้ตั้งเป้าหมายให้เติบโตช้าลงหน่อย แต่จะเน้นการให้บริการลูกค้ามากขึ้น เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเทคโนโลยี และการให้คำแนะนำด้านการลงทุนผ่านสาขาธนาคารกสิกรไทย หลังจากปี 2553 ที่สามารถเพิ่มเอยูเอ็มได้มากกว่า 6 แสนล้านบาท เป็น บลจ.แรก หรือเติบโต 31% และมีสินทรัพย์เป็นอันดับ 1 ใน 3 ธุรกิจ คือ กองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนส่วนบุคคล ซึ่งมากกว่าอันดับ 2 ถึง 1.6 แสนล้านบาทเลย และหวังว่าปีนี้เราจะสามารถรักษาอันดับ 1 เอาไว้ได้” นายพัชร กล่าวนายพัชร กล่าวอีกว่า ในปีนี้มีแผนที่จะออกกองทุนตราสารหนี้ที่ลงทุนในประเทศจีน เป็นสกุลเงินจีน โดยไม่มีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน กองทุนตราสารหนี้ที่ลงทุนทั่วโลก กองทุนอีทีเอฟทองคำ และกองทุนที่ให้ผลตอบแทนอิงกับหุ้นและทองคำ
“
ในปีที่ผ่านมาจะเห็นว่า บลจ.อื่นๆ มักจะออกกองทุนที่กำหนดเป้าหมายผลตอบแทน (ทาร์เก็ตฟันด์) แต่กสิกรไทยไม่ค่อยออก เพราะรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมกับนักลงทุน โดยเฉพาะในจังหวะที่ตลาดไม่เป็นไปตามคาด แต่เราจะออกเป็นกองทุนที่อิงกับผลตอบแทนของหุ้นและทองคำแทน ซึ่งในช่วงที่ตลาดขึ้นอาจจะได้ผลตอบแทนไม่เต็มที่ แต่จะจำกัดความเสี่ยงขาลง” นายพัชร กล่าวนอกจากนี้ นายพัชร ยังกล่าวว่า บลจ.กสิกรไทย เป็น บลจ.แรกที่มีสินทรัพย์ภายใต้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมากกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งมีการเติบโตถึง 100% ในปี 2553โดยได้เป็นผู้บริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ 7 แห่ง ที่มีการคัดเลือกผู้จัดการกองทุนใหม่เมื่อปี 2553 จำนวน 11 แห่ง
“
ในตลาดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีการแข่งขันด้านค่าธรรมเนียมกันมาก และถ้าคนอื่นแข่งกันแล้วจะไม่ให้เราลดราคาลงไปแข่งก็คงไม่ได้ ดังนั้นในปีที่ผ่านมาก็เลยลดราคาลงไปแข่งพอสมควร เช่นเดียวกับค่าธรรมเนียมกองทุนรวม ซึ่งเป็นเป้าหมายของเราที่ลดราคาตอบแทนให้กับนักลงทุน” นายพัชร กล่าว






