posttoday
“อาคม” ร่วม WEF ชูนโยบายท่องเที่ยว-BCG ฟื้นเศรษฐกิจ หลังโควิดคลี่คลาย

“อาคม” ร่วม WEF ชูนโยบายท่องเที่ยว-BCG ฟื้นเศรษฐกิจ หลังโควิดคลี่คลาย

18 มกราคม 2566

รมว.คลัง ร่วมประชุม World Economic Forum ประจำปี 66 ชูนโยบายหนุนท่องเที่ยวเมืองรอง เพื่อกระจายรายได้ ผ่านยุทธศาสตร์5F พร้อมชูโมเดล BCG ฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิดคลี่คลาย

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในห้วงการประชุม World Economic Forum (WEF) ประจำปี 2566 ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2566 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เข้าร่วมการเสวนาในฐานะผู้เสวนาหลัก (Lead Speaker) ภายใต้หัวข้อการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก (Traveling Again, Differently) และหัวข้อพันธสัญญาสีเขียวของอาเซียน (ASEAN’s Green Promise) โดยมีผลการเสวนา สรุปได้ ดังนี้

 

1. การเสวนาหัวข้อการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก ผู้เข้าร่วมการเสวนาได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะในธุรกิจการบินและการท่องเที่ยว โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงการเปิดรับนักท่องเที่ยวในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข อาทิ การดำเนินการภายใต้ Phuket Sandbox และหลังจากสถานการณ์ การแพร่ระบาดคลี่คลาย ไทยมีนโยบายในการสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรอง เพื่อกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวให้เข้าถึงชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อย และลดความแออัดของนักท่องเที่ยวในเมืองหลัก รวมถึงสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายและใช้เวลาในประเทศให้มากขึ้น โดยใช้ยุทธศาสตร์ 5F (Food, Fashion, Festival, Fighting (Thai Boxing), Film) และเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 

 

นอกจากนี้  ไทยอาจพิจารณาดำเนินมาตรการเพื่อสนับสนุนเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel)  ในอนาคต เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในธุรกิจการบินด้วย 

 

2. การเสวนาหัวข้อพันธสัญญาสีเขียวของอาเซียน การเสวนาเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อให้อาเซียนบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของไทยในการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ และความตกลงปารีส ซึ่งไทยได้ประกาศเจตนารมณ์ในการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ 2022 ครั้งที่ 27 (The 27th Conference of the Parties to the United Nations Framework Convention on Climate Change: COP27) ที่จะบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2608

 

ในการนี้ ไทยจึงได้ผลักดันโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ หมุนเวียน และสีเขียว (Bio-Circular-Green (BCG) Economy Model) รวมถึงการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Finance) อาทิ การออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Bond) การออกตราสารหนี้ ข้ามพรมแดน โดยอนุญาตให้บริษัทต่างชาติออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนในสกุลเงินบาท เป็นต้น

 

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้หารือทวิภาคีกับผู้บริหารระดับสูงของภาคเอกชน ได้แก่  Mr. Ryan McInerney ประธานบริษัท Visa เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีด้านดิจิทัลมาใช้ในระบบภาษีและระบบการชำระเงิน เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย และการหารือทวิภาคีกับ Mr. Sigve Brekke ประธานบริษัท Telenor Group เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในไทย โดยเฉพาะการลงทุนด้านโทรคมนาคม
 

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง