posttoday
ต่างชาติเข้าตราสารหนี้ลุ้นปีนี้เพิ่ม30%

ต่างชาติเข้าตราสารหนี้ลุ้นปีนี้เพิ่ม30%

11 มกราคม 2554

เงินนอกยังไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ 5 วันแรกของปีเถาะซื้อ|สุทธิ 5.1 หมื่นล้านบาท คาดทั้งปีเข้าอีก |20-30% มองดอกเบี้ยปรับขึ้น 0.50-1%

เงินนอกยังไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ 5 วันแรกของปีเถาะซื้อ|สุทธิ 5.1 หมื่นล้านบาท คาดทั้งปีเข้าอีก |20-30% มองดอกเบี้ยปรับขึ้น 0.50-1%

น.ส.อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสมาคมตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติยังคงเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทยโดยในช่วง 5 วันแรกของปีซื้อสุทธิ 5.14 หมื่นล้านบาท และประมาณ 70% เป็นการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี

“แม้รัฐจะเก็บภาษีกำไรจากการลงทุนในตราสารหนี้ 15% แต่ในทางปฏิบัติไม่มีผลกระทบมากนัก เพราะยังมีการยกเว้นในประมวลรัษฎากรและจะเก็บภาษีบนส่วนต่างของราคา ซึ่งในส่วนของตราสารหนี้ระยะสั้นมีผลต่างน้อยมากไม่เหมือนอายุยาว ดังนั้นเงินต่างชาติจึงยังคงไหลเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น” น.ส.อริยา กล่าว

นอกจากนี้ นักลงทุนเน้นลงทุนในตราสารหนี้สั้นเพราะมองว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ซึ่งเห็นชัดเจนตอนนี้อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้อายุ 1 ปีเพิ่มขึ้นจาก 2.38% เป็น 2.55% นับว่าสะท้อนการขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว
ด้านฝ่ายวิจัยและพัฒนาสมาคมตราสารหนี้ไทย เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ร่วมตลาด ทั้งผู้ค้าตราสารหนี้ นักลงทุน รวมถึงผู้ออก ในส่วนของผู้จัดจำหน่าย คาดการณ์แนวโน้มตลาดตราสารหนี้ในปีนี้ว่ามูลค่าการซื้อขายในตลาดรองจะเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2553 ประมาณ 10%

อย่างไรก็ตาม จะมีปัจจัยกดดันและผลักดัน 2 เรื่องหลัก คือ 1.เม็ดเงินจากต่างชาติจะยังไหลเข้าประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียต่อเนื่องอีกจำนวนมาก ซึ่งจะผลักดันให้มูลค่าการซื้อขายตราสารหนี้เพิ่มสูงขึ้น แต่การออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อดูแลอัตราแลกเปลี่ยนอาจจะเป็นตัวกดดันการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติบ้าง อย่างไรก็ตามคาดว่ามูลค่าเงินลงทุนของต่างชาติในตลาดตราสารหนี้นั้นน่าจะเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 20-30%

ทั้งนี้ เมื่อปี 2553 ยอดถือครองสุทธิของนักลงทุนต่างชาติขึ้นมาอยู่ที่ 2.6-2.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจากปี 2552 ซึ่งอยู่ที่ 7.15 หมื่นล้านบาท

2.ดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้นจะกดดันให้มูลค่าการซื้อขายตราสารหนี้ขยายตัวได้ไม่มาก และคาดว่า ธปท.จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50-1% เพื่อควบคุมและรักษาเสถียรภาพทางด้านราคาสินค้าและบริการทั่วไปจากภาวะเงินเฟ้อที่จะสูงขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้น

การออกตราสารหนี้นั้นคาดว่าภาครัฐจะออกพันธบัตร 4.53 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมา และในไตรมาสแรกปีนี้จะออกพันธบัตรระยะยาว 50 ปี 4,500 ล้านบาท และจะออกพันธบัตรอิงเงินเฟ้อเป็นครั้งแรกอีกด้วย โดยจะมีอายุ 7 ปี วงเงิน 9,000 ล้านบาท

สำหรับหุ้นกู้ภาคเอกชนคาดว่าปีนี้ตัวเลขการขายหุ้นกู้น่าจะอยู่ที่ 3 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2553 โดยกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่น่าจะออกหุ้นกู้มากขึ้น ส่วนตราสารหนี้ที่จะเป็นที่นิยมนั้นน่าจะมีอายุคงเหลือน้อยกว่า 5 ปี โดยเฉพาะต่ำกว่า 1 ปี เพราะมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของราคาน้อย เหมาะกับดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน