posttoday
ผ่าทางตันธุรกิจปี'54 สไตล์ 'ตัน ภาสกรนที'

ผ่าทางตันธุรกิจปี'54 สไตล์ 'ตัน ภาสกรนที'

10 มกราคม 2554

“กลยุทธ์ที่จะทำให้บริษัท ไม่ตัน เติบโตได้อย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่ง คือ คน ที่ต้องมีดีเอ็นเอเดียวกัน ซึ่งดีเอ็นเอของบริษัท ไม่ตัน คือ พนักงานทุกคนต้องมีความเชื่อเดียวกันว่า ทำดีต้องได้ดี ต้องลำบากก่อนแล้วสบายทีหลัง รู้จักเดินหน้า และรู้จักถอย...”

เป็นคำกล่าวของ “ตัน ภาสกรนที” ในฐานะประธานบริษัท ไม่ตัน ผู้บริหารธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น และเครื่องดื่มสมุนไพร ในสไตล์ที่ตนเองถนัด หลังวางมือจากการเป็นผู้บริหารบริษัท โออิชิ กรุ๊ป ไปเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2553 ที่ผ่านมา ที่ ตัน ตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดให้กับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มครบวงจรรายใหญ่ของเจ้าพ่อน้ำเมา เจริญ สิริวัฒนภักดี ไปเมื่อเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา

ตัน กล่าวว่า จุดเริ่มต้นธุรกิจบริษัท ไม่ตัน ไม่ได้แกะรอยโมเดลมาจากบริษัท โออิชิ ที่แม้ว่าจะดำเนินธุรกิจคล้ายคลึง แต่ก็ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะด้านเงินทุน บริษัท ไม่ตัน ใช้ทุนจดทะเบียนบริษัท 500 ล้านบาท มีพื้นที่สำนักงานเฉียด 1,000 ตร.ม. ที่อาคารชาญอิสสระ 2 ขณะที่บริษัท โออิชิ ใช้ทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 20 ล้านบาท พร้อมเปิดให้บริการร้านอาหารบุฟเฟต์ญี่ปุ่นโออิชิเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 เดือน 9 ปี 1999

ส่วนบริษัท ไม่ตัน ได้ใช้วันเปิดกิจการด้วยตัวเลขวันที่ 9 เดือน ต.ค.ปีที่ผ่านมา เห็นได้ว่าตัวเลขธุรกิจส่วนใหญ่จะเป็นหมายเลข 9 ทั้งสิ้น ซึ่ง ตัน บอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับความเชื่อด้านตัวเลขแต่อย่างใด แต่ที่ใช้ชุดเลข 9 ตลอดที่ผ่านมาในการดำเนินธุรกิจนั้น ด้วยเหตุผลเดียวว่า เป็นตัวเลขที่จดจำได้ง่ายมากกว่า

สำหรับในปี 2554 นี้ ถือเป็นปีแรกของการดำเนินธุรกิจบริษัท ไม่ตัน ด้วยจำนวนพนักงานเริ่มต้นกว่า 2030 คน ซึ่งเริ่มทำงานวันแรกของปีนี้ไปเมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา พร้อมกับพนักงานคนรุ่นใหม่ที่ถูกคัดเลือกให้เข้ามาร่วมงานกับบริษัทผ่านโครงการ “ไนน์ ชาเลนจ์” (9 Challenges) จากการส่งคลิปวิดีโอนาน 2 นาที ผ่านสื่อใหม่เว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเฟซบุ๊ก โดย ตัน และคณะกรรมการร่วมคัดเลือก “เลือดใหม่” เพื่อเข้ามาร่วมงานของบริษัทภายใต้หลักการต้องมี “ดีเอ็นเอ” เดียวกัน

ส่วนทิศทางธุรกิจบริษัท ไม่ตัน ในขณะนี้แม้จะอยู่ในช่วงตั้งไข่ แต่เมื่อลูกไก่ออกมาจะต้องวิ่งได้ทันที เพื่อให้บรรลุเป้าหมายยอดขายในปีนี้ที่วางไว้ที่ 500 ล้านบาทให้ได้ จากการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัท คือ โครงการ Arena ทองหล่อ ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์บันเทิง ร้านอาหารญี่ปุ่นราเมนแชมเปี้ยน รวมเมนูราเมนดีกรีระดับแชมเปียนจากญี่ปุ่นมาเปิดให้บริการ ร้านเยส คาราโอเกะ ร้านช็อกโกแลต เมลท มี สนามฟุตบอลอารีนา เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดโครงการแห่งที่ 2 ในซอยสุขุมวิท 22 บนพื้นที่ 22 ไร่ ภายใต้ชื่อโครงการ Arena 22 ใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท พร้อมแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรแบรนด์ใหม่เพื่อทำตลาดภายในไตรมาสแรกปีนี้เช่นกัน ซึ่ง ตัน ได้นำเอาประสบการณ์เดิมที่มีอยู่มาปรับปรุงใช้กับธุรกิจใหม่นี้อีกครั้ง ด้วยความเชื่อว่าธุรกิจที่ดีต้องมีการแข่งขัน

ทั้งนี้ ยังไปพร้อมกับแนวคิดการบริหารธุรกิจแบบร่วมสมัยที่ ตัน ได้ปัดฝุ่นนำกลับมาใช้อีกครั้ง คือ พนักงานบริษัททุกคนอยู่ในฐานะหุ้นส่วนที่ทุกคนจะได้รับหุ้นบริษัททันทีที่จรดปากกาเซ็นชื่อเป็นพนักงานบริษัท ซึ่งหุ้นที่ได้รับจะมากน้อยแตกต่างกันออกไปตามอัตราที่บริษัทกำหนดไว้ รวมถึงรายได้จากผลงานของธุรกิจที่พนักงานต่างๆ รับผิดชอบอยู่

ด้วยวิธีนี้ ตัน เชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจบริษัทมีความยั่งยืน และอยู่ได้อย่างยาวนาน จากการที่พนักงานทุกคนมีส่วนร่วม และมีความเป็นเจ้าของธุรกิจร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการมีกิจการ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองมากกว่าการทำงานเป็นลูกจ้างปกติในบริษัท และเป็นแนวโน้มที่เติบโตรวดเร็ว

ด้วยเชื่อว่าธุรกิจต้องการจิตวิญญาณ “เจ้าของ” ซึ่งแนวคิดการบริหารดังกล่าว เป็นสิ่งที่ ตัน เคยนำมาใช้ก่อนหน้าในธุรกิจเวดดิง สตูดิโอ ตั้งแต่ช่วง 11 ปีที่ผ่านมา และประสบความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับโครงสร้างการบริหารบริษัท ไม่ตัน ส่วนหนึ่งมีการจัดตั้งโปรฟิต เซ็นเตอร์ (Profit Center) หรือศูนย์กลางผลกำไรที่บริษัทได้รับจากธุรกิจต่างๆ ในเครือ นอกเหนือจากกำไรในแต่ละธุรกิจที่พนักงานในฐานะหุ้นส่วนจะได้รับเงินปันผลไปก่อนหน้า เพื่อสร้างแรงกระตุ้นและการมีส่วนร่วมในธุรกิจร่วมกันด้วย โดยบริษัทวางเป้าใน 5 ปีนับจากนี้จะนำบริษัท ไม่ตัน เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม นอกจากการแบ่งปันหุ้นให้กับพนักงานในฐานะหุ้นส่วนบริษัทแล้ว ขณะเดียวกันประธานบริษัท ไม่ตัน ยังมีแนวคิด “แบ่งปัน” คืนกลับสู่สังคมด้วย พร้อมตั้งเป้า 9 ปี หลังถอดหมวกผู้บริหารบริษัทแล้ว เขาจะนำรายได้ที่มีอยู่ในสัดส่วนหุ้นของบริษัทคืนกลับสู่สังคมผ่านมูลนิธิตันปัน ที่เตรียมจดชื่อมูลนิธิในเร็วๆ นี้

ตัน กล่าวว่า ที่ผ่านมาทำธุรกิจคิดถึงแต่กำไรบริษัท ลูกค้า แต่การทำธุรกิจในยุคนี้ต้องคิดแบบรอบด้านให้ทุกคนมีส่วนได้เหมือนกัน โดยทำธุรกิจมีหน้าที่ทำกำไรให้กับหุ้นส่วนลูกน้อง และสังคมไปพร้อมกัน โดยจัดโครงสร้างแบ่งปันอย่างทั่วถึงกับทุกฝ่ายมากขึ้น โดยอยากทำทุกด้าน ไม่ได้มุ่งไปที่กำไรส่วนตัวอย่างเดียว

ทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการบริหารธุรกิจตามสไตล์ถนัดของ ตัน ภาสกรนทีที่ผสมผสานการทำงานระหว่างคนเก่าที่มีประสบการณ์ และคนรุ่นใหม่ที่มีไฟ ที่เป็นส่วนผสมของ “นวัตกรรม” ในการทำงานของบริษัท ไม่ตัน ที่เปิดศักราชปี 2554 ด้วยสปีดแรงเกิน 100 แรงม้า

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ