posttoday
เพิ่มทุน-ระดมทุนฮิตต่อปี 2554

เพิ่มทุน-ระดมทุนฮิตต่อปี 2554

07 มกราคม 2554

..บงกชรัตน์ สร้อยทอง

ปี 2553 ถือเป็นปีที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจทุกส่วนออกมาดี ตั้งแต่อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ มูลค่าการส่งออกสูงเป็นประวัติการณ์ดัชนีหุ้นก็พุ่งขึ้นแรงถึง 40% ทำให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) มีการระดมทุนทั้งจากตลาดแรก โดยการขายหุ้นให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) หรือจากตลาดรองในการขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไป (พีโอ) กลุ่มบุคคลในวงจำกัด (พีพี) การระดมทุนจากผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ (XE) และการขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม (RO) ทั้งหมดในปี 2553 อยู่ที่ 9.8 หมื่นล้านบาท

สำหรับปี 2554 ที่หลายคนประเมินในทิศทางตรงกันว่า ปีเถาะนี้เศรษฐกิจจะยังเติบโตต่อได้ แม้จะชะลอตัวลงจากปีที่ผ่านมาบ้างก็ตาม ดังนั้นต้องลองความคิดเห็นจากคนในวงการตลาดทุนดูว่าการระดมทุนในปีนี้จะเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่?

“ชนิตร ชาญชัยณรงค์” ผู้ช่วยผู้จัดการกลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้มุมมองว่า ปี 2554 ยังคงเห็น บจ.ใช้วิธีการเพิ่มทุนมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา บจ.ใช้เงินลงทุนจากที่เก็บสะสมไว้ รวมถึงการออกหุ้นกู้ และการกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ นำมาสร้างผลประกอบการที่ดี จนทำให้อัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) เพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง ฉะนั้นจึงต้องทำให้ส่วนของทุนปรับขึ้นตาม เพื่อรักษาดี/อี ไม่ให้สูงจนเกินไป

ขณะเดียวกัน บจ.เองมีความต้องการขยายกิจการและลงทุนมากขึ้น เพราะตลอด 3 ปีที่ผ่านมา บจ.อั้นไม่ขยายการลงทุน เนื่องจากติดปัญหากีฬาสีทางการเมือง แต่ปัจจุบันทางฟากธุรกิจสามารถแยกได้ออกแล้วว่าการเมืองคือการเมือง ขณะที่ธุรกิจจะต้องเดินหน้าต่อไป ซึ่งภาวะตลาดหุ้นดีขึ้น เอื้ออำนวยต่อการการระดมทุน เห็นได้จากสัดส่วนราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ปรับขึ้นสูง จึงต้องหาเครื่องมือทางการเงินมาช่วยสนับสนุนในการระดมทุนด้วยการเสนอขายหุ้นพีโอหรือพีพี

“แนวโน้มการเพิ่มทุนและระดมทุนที่จะเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับภาพความเป็นจริง ตั้งแต่ผลประกอบการ บจ.ออกมาดี เศรษฐกิจฟื้นตัว ทำให้ตัวเลขการเพิ่มทุนและการระดมทุนของ บจ.ในปี 2553 อยู่ที่ 9.8 หมื่นล้านบาท หากไม่รวมการระดมทุนประมาณ 4.8 หมื่นล้านบาท ของการแลกหุ้นและเพิ่มทุนบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) และบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) ดังนั้นมูลค่าระดมทุนจะเหลืออยู่ที่กว่า 4 หมื่นล้านบาท”

ส่วนแนวโน้มการระดมทุนในปี 2554 จะอยู่ในระดับเดียวกันปี 2553 ที่กว่า 4 หมื่นล้านบาท แต่หากอัตราดอกเบี้ยมีการปรับขึ้นมาก บจ.ก็จะหันมาใช้ตลาดทุนมากขึ้น โดยเฉพาะ บจ.ขนาดกลางเล็ก เพราะมีต้นทุนที่ถูกกว่าการไปกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าววาณิชธนกิจรายหนึ่ง ให้มุมมองหนึ่งอย่างน่าสนใจว่า ช่วงเวลาที่จะเห็น บจ.มีการพิจารณาเรื่องการเพิ่มทุนมากเป็นพิเศษคือช่วงต้นปีหรือประมาณไตรมาสแรกนี้ เพื่อให้ทันกับการเสนอวาระเข้าที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีช่วงระหว่างเดือน มี.ค.เม.ย.นี้ จึงยังคาดการณ์ไม่ได้ว่า บจ.ทั้งหมดจะมีการเพิ่มทุนเพิ่มขึ้นอีกเท่าไรในปี 2554

ขณะที่ “ประเสริฐ ตันตยาวิทย์” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวาณิชธนกิจ บล.ทิสโก้ ให้มุมมองว่า หุ้นไอพีโอปีนี้จะคล้ายกับปี 2553 เรื่องขนาดบริษัทที่เข้ามาระดมทุนจะไม่ใหญ่ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือปีที่ผ่านมาเห็นได้ชัดเจนว่า บจ.เริ่มหันมาสนใจการซื้อกิจการมากขึ้น โดยใช้วิธีการเพิ่มทุนเพื่อระดมทุนไปซื้อกิจการ

“ผมมองว่าการเพิ่มทุนกับการซื้อกิจการเป็นกระบวนการที่เกี่ยวเนื่องกัน เพราะ บจ.ส่วนใหญ่ต้องการระดมทุนเพื่อนำเงินไปซื้อกิจการนอกเหนือจากการใช้กระแสเงินสดที่บริษัทมีอยู่ และแนวโน้ม บจ.ไทยขนาดไม่ใหญ่ ก็มีการซื้อกิจการในต่างประเทศมากขึ้น เพราะเห็นข้อได้เปรียบจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ทำให้ซื้อสินทรัพย์ได้ในราคาถูก”

นอกจากนั้น มองว่าบริษัทเอกชนเริ่มเต็มกำลังการผลิต และไม่ได้ขยายการลงทุนมานาน ประกอบกับการแนวโน้มเงินบาทที่ยังแข็งค่าต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อการลงทุนของอุตสาหกรรมบางกลุ่มที่ต้องการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต

เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ที่น่าจะมีการลงทุนมากกว่ากลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เพราะเศรษฐกิจฟื้นตัวและยอดสั่งรถยังมีให้เห็นอยู่ชัดเจน ล่าสุดบริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) ได้เพิ่มทุนทั้งบริษัทแม่และบริษัทย่อย เพื่อต้องการเงินไปลงทุน

นอกจากนั้น ยังเห็นแนวโน้มของบริษัทที่ทำธุรกิจพลังงานทดแทนและโรงไฟฟ้ามีความสนใจเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นมากขึ้น เพียงแต่ขอรอให้รัฐมีนโยบายชัดเจนกว่านี้ก่อนที่จะลงทุน

“ประเสริฐ” ยังมองว่า ภาวะตลาดหุ้นที่ดียังส่งผลให้ บจ.ใช้โอกาสนี้ขายหุ้นเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง เปรียบเสมือนการขายแบรนด์ของบริษัท ทำให้สามารถขายหุ้นได้ในราคาที่สูงไปในตัวด้วย

ส่วนการระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้ในปี 2554 ส่วนใหญ่จะออกมาเพื่อชำระหนี้หุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอน (รีไฟแนนซ์)

ปัจจุบัน บล.ทิสโก้อยู่ระหว่างการเจรจากับ บจ. 1 แห่งที่ต้องการเพิ่มทุน เพื่อต้องการเงินทุนไปซื้อกิจการในต่างประเทศ โดยคาดว่าจะเสร็จภายในไตรมาสแรกนี้ นอกจากนั้นอาจจะเห็น บจ.อีก 1 แห่ง ออกหุ้นเพื่อนำไปแลกหุ้นเพื่อซื้อกิจการ (แชร์สวอป) ส่วนไอพีโอยังไม่มี เพราะทิสโก้จะเน้นลูกค้าที่มีขนาดใหญ่และนำหุ้นเข้า SET เท่านั้น

เช่นเดียวกับ “พัชพร สรรคบุรานุรักษ์” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวาณิชธนกิจ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ที่มองว่าในปี 2554 บจ.จะยังคงมีการเพิ่มทุนต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มทุนแบบพีพี พีโอ หรือออกหุ้นกู้ จากสภาพเศรษฐกิจฟื้นตัว จึงต้องการขยายการลงทุน ซึ่งที่ผ่านมาธุรกิจปิโตรเคมีเพิ่มทุนและระดมทุนจำนวนมาก แต่จากนี้ไปจะถึงบทบาทของธุรกิจพลังงานทดแทน อาหาร และการส่งออก

“ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ” ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.บัวหลวง (BLS) ประเมินว่า ปี 2554 การขายหุ้นไอพีโอยังคงเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา และการเพิ่มทุนก็จะดีต่อเนื่อง เพราะเศรษฐกิจดีขึ้น

ส่วนแนวโน้มธุรกิจที่จะมีการเพิ่มทุนมาก คือ กลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐที่ต้องการลงทุนด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน มีการเลือกตั้งทำให้รัฐบาลใหม่ประกาศแผนการลงทุน และความต่อเนื่องของงานประมูลภาครัฐ

“สมภพ ศักดิ์พันธ์พนม” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปรแมเนจเม้นท์ หรือ APM เชื่อว่าการเพิ่มทุนของ บจ.จะเกิดขึ้นมาก โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการเงินไปซื้อกิจการ ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) ระดับ 56% ถือว่าไม่ถูก ดังนั้นการเพิ่มทุนก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีให้ บจ.

ทั้งนี้ APM เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับบริษัทที่เตรียมเสนอขายไอพีโอ ทั้งหมด 35 แห่ง แบ่งเป็นเข้า SET 1 แห่ง และ MAI 34 แห่ง ขณะที่มีอีก 3 บริษัทที่แสดงความสนใจและกำลังพิจารณาว่าจะขายหุ้นพีโอหรือพีพี ทั้งหมด 3 ราย

สำหรับบริษัทที่มีความเป็นไปได้ในการเพิ่มทุนในปี 2554 ได้แก่ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ส่วนบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) ได้ประกาศออกหุ้นใหม่จำนวนไม่เกิน 5,240 ล้านหุ้น แบ่งขาย ผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 2,620 ล้านหุ้น และขายพีพี อีก 2,620 ล้านหุ้น เพื่อจัดโครงสร้างทางการเงินหลังเข้าซื้อโรงถลุงเหล็กที่อังกฤษ ซึ่งคาดว่าจะซื้อกิจการแล้วเสร็จในไตรมาสแรก

ทั้งนี้ ด้วยปัจจัยรอบข้างที่เอื้ออำนวยต่อการระดมทุนผ่านตลาดทุน คงเห็น บจ.หลายรายเฮโลเพิ่มทุน ขายผลิตภัณฑ์หลากหลาย เป็นเพราะปี 2554 ตลาดหุ้นไทยยังเนื้อหอมไม่ต่างอะไรจากปี 2553 ที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย