
สเวนเซ่นส์ ชูกลยุทธ์ทำเลแฟล็กชิปร้านสาขาภูมิภาค ปักหมุดแหล่งท่องเที่ยวประจำจังหวัด
สเวนเซ่นส์ ชูโมเดล รีจินัล แฟล็กชิป สโตร์ สาขาใหญ่ประจำจังหวัดหนุนแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่น เปิดสาขาล่าสุด ‘นครศรีธรรมราช’ พร้อมขยายเพิ่มผ่านแฟรนไชส์ปลุกตลาด5 พันล.กลับมาโตก่อนโควิด
นายอนุพนธ์ นิธิยานันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สเวนเซ่นส์ (ไทย) จำกัด ผู้บริหารธุรกิจร้านไอศกรีมสเวนเซ่นส์ ในเครือไมเนอร์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจแบรนด์สเวนเซ่นส์ ในปี2556นี้ พร้อมปรับรูปแบบการให้บริการรอบด้านผ่านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ไอศกรีมต่างๆ รวมถึงการขยายสาขาร้านสเวนเซ่นส์ ในรูปแบบ รีจินัล แฟล็กชิป สโตร์ สาขาต้นแบบประจำจังหวัด วางเป้าหมายให้ร้านสเวนเซ่นส์ รีจินัล แฟล็กชิป สโตร์ เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว (เดสติเนชัน) ในท้องถิ่นประจำจังหวัด
ล่าสุดสเวนเซ่นส์ เปิดร้านสาขาต้นแบบลำดับที่ 5 ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านรูปแบบแฟรนไชส์ใช้งบลงทุนกว่า 20 ล้านบาท รวมการก่อสร้างและตกแต่ง ตั้งอยู่ภายในโครงการมิกซ์ยูส SRINAKHON CENTER POINT มีขนาดพื้นที่ 400 ตร.ม. จำนวน2 ชั้น รองรับ 160 ที่นั้่ง โดยรูปแบบอาคารและการตกแต่งทั้งภายนอก/ใน ได้รับแรงบันดาลใจสะท้อนผ่านงานสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและงานศิลปะ รวมถึงวิภีชีวิตประเพณีต่างๆของจังหวัดฯ
“ปัจจุบัน สเวนเซ่นส์มีแฟล็กชิป รีจินัล สโตร์ รวม5 แห่ง คือ ในจังหวัด พิษณุโลก น่าน ยะลา ภูเก็ต และล่าสุดนครศรีธรรมราช ซึ่งพบว่าแต่ละสาขาได้ผลตอบลัพธ์ดีมาก จากกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะคนในท้องถิ่น ซึ่งผู้ที่ลงทุนร้านฯอยู่ในรูปแบบแฟรนไชส์ เป็นผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีทำเลอยู่แล้ว ซึ่งร้านฯโมเดลนี้จะยังช่วยสร้างทราฟฟิกลูกค้าเข้ามาในพื้นที่ช่วยกระตุ้นให้ร้านค้าอื่นขายของได้มากขึ้น ตามมาด้วย” นายอนุพนธ์ กล่าวนายอนุพนธ์ เสริมว่าการขยายสาขาร้านโมเดลดังกล่าว ยังเป็นการทำตลาดเชิงกลยุทธ์ของสเวนซ่นส์ จากเดิมจะเน้นเปิดสาขาในศูนย์การค้า หรือ โมเดิร์นเทรด เป็นหลัก แต่หลังจากเปิดสาขาในรูปแบบแฟล็กชิป สโตร์ จังหวัดภูเก็ต แห่งแรกในปี 2562 พบว่าได้การตอบรับดีทั้งจากคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ที่ผลักดันให้ร้านสเวนเซ่นส์ กลายเป้นอีกหนึ่งจุดพักสถานที่ท่องเที่ยว
โดยแนวทางดังกล่าว จะยังเป็นการสร้างการเติบโตธุรกิจร้านสเวนเซ่นส์ ในตลาดไอศกรีมมูลค่าประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาทในปัจจุบัน ให้มีการขยายตัวต่อเนื่องหลังชะลอตัวจากการแพร่ระบาดโควิดในช่วง2ปีที่ผ่านมา โดยสเวนเซ่นส์ ได้ทำตลาดผ่านนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งผลิตภัณฑ์ไอศกรีม และช่องทางการขาย โดยมุ่งให้ความสำคัญในบริการซื้อกลับบ้าน (เทคอะเวย์) และเดลิเวอรี มากขึ้นเป็นตามพฤติกรรมความต้องการของลูกค้า
นายอนุพนธ์ กล่าวว่าปัจจุบันสเวนเซ่นส์ เปิดให้บริการราว 315 สาขา โดยบริษัทเป็นเจ้าของลงทุนเองสัดส่วน 60% และอีก 40% ในรูปแบบแฟรนไชส์ โดยในปีนี้เตรียมแผนขยายสาขาใหม่อีก5 แห่ง อาทิ ศูนย์การค้า โรบินสัน เซ็นทรัล จันทบุรี เทอร์มินัล สาขา พระราม3 เป็นต้น รวมถึงร้านสาขาแฟล็กชิป รีจินัล สโตร์ ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเปิดร้าน อยู่ในระบบรออยู่
สำหรับการลงทุนสาขาสเวนเซ่นส์ จะขึ้นอยู่กับทำเลที่เข้าไปให้บริการ ตั้งแต่5-10 ล้านบาทในศูนย์การค้า โดยจะถึงจุดคุ้มทุนใน3 ปี ส่วนสาขาร้านแฟล็กชิป รีจินัล สโตร์ คาดถึงจุดคุ้มทุนใน 5 ปี จากแนวทางดังกล่าว บริษัทวางเป้าหมายในปี2565 จะมียอดขายกลับมาเติบโตเทียบเท่ากับในปี 2563 ก่อนการรนะบาดของโควิด-19 ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็นร้านไอศกรีมและของหวาน นั่งทานในร้าน ที่อยู่ในตลาดมานานร่วม 35 ปี







