
หนุนข้าวหอมอินทรีย์
ขยายตลาดอินเตอร์เพิ่มมูลค่า กลุ่มยุโรปสหรัฐฮ่องกงนิยม.
โพสต์ทูเดย์
— ส่งข้าวหอมมะลิอินทรีย์เปิดตัวตลาดโลก หวังสร้างมูลค่าเพิ่ม 2 เท่านางปราณี ศิริพันธ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมมีแผนจะผลักดันข้าวหอมมะลิอินทรีย์ของไทยออกไปเจาะตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น ซึ่งจะเร่งทำการประชาสัมพันธ์บุกตรงไปยังประเทศที่มีความต้องการสูง
การทำกิจกรรมจะร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ภัตตาคาร ทำการโปรโมตเพื่อให้ผู้บริโภครู้จัก เป็นการกระตุ้นให้มีการสั่งซื้อเพิ่มขึ้น โดยจะทำร่วมกับการโปรโมตข้าวหอมมะลิไทย แต่จะโชว์จุดขายในฐานะข้าวชนิดใหม่ที่สอดคล้องและตรงตามความต้องการของกระแสโลก
การผลักดันข้าวหอมมะลิอินทรีย์ เชื่อว่าทำตลาดได้ไม่ยาก เพราะเป็นข้าวที่มีคุณลักษณะพิเศษในเรื่องของความหอมและความอ่อนนุ่ม ไม่ต่างจากข้าวหอมมะลิที่ขายอยู่ในปัจจุบัน แต่มีความได้เปรียบในจุดขาย ไม่มีสารเคมีเจือปน ทำให้สามารถจำหน่ายในราคาได้สูงกว่าปกติประมาณ 12 เท่า
ขณะที่ความต้องการสินค้าเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพและอนามัยมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งมีกำลังซื้อค่อนข้างสูง ข้าวหอมมะลิอินทรีย์จึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แม้จะมีราคาแพงกว่าข้าวหอมมะลิปกติก็ตาม แต่ผู้บริโภคที่รักษาสุขภาพพร้อมจ่าย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการโปรโมตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ไปแล้วหลายครั้ง ด้วยการร่วมมือกับสมาคมผู้ค้าข้าวฮ่องกง และตัวแทนผู้ประกอบการร้านอาหารระดับชั้นนำในฮ่องกง เพื่อประชาสัมพันธ์คุณภาพและมาตรฐานของข้าวหอมมะลิไทย
รวมทั้งสร้างความแข็งแกร่งให้ตลาดข้าวหอมมะลิไทยในฮ่องกง โดยได้ใช้โอกาสนี้เปิดตัวข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ให้ผู้บริโภคในฮ่องกงได้รู้จัก และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งจะมีการดำเนินการในลักษณะนี้กับตลาดเป้าหมายอื่นๆ ต่อไป
สำหรับตลาดที่มีความต้องการข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ได้แก่กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (อียู) สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และฮ่องกง เป็นต้น
ตลาดเหล่านี้เป็นตลาดที่มีกำลังซื้อค่อนข้างสูง และมีความต้องการสินค้าที่เป็นเกษตรอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น จึงเป็นตลาดเป้าหมายหลัก
นอกจากนี้ กรมยังมีแผนประชาสัมพันธ์ข้าวคุณลักษณะพิเศษอื่นๆ เพิ่มเติมอีก โดยเฉพาะข้าวที่จดสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) เช่น ข้าวสังข์หยด ข้าวเจ๊กเชย และข้าวที่มีคุณค่าโภชนาการสูง เช่น ข้าวไรซ์เบอรี่และข้าวสินเหล็ก เป็นต้น เพื่อให้ผู้บริโภครู้จักเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ในการส่งออกข้าวไทย ซึ่งเป็นแนวทางที่ดีในการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค ขณะเดียวกันก็ทำให้ไทยมีสินค้าไปทำตลาดมากขึ้นด้วยเช่นกัน เป็นผลดีต่อการสร้างรายได้เข้าประเทศ







