
บลจ. ยูโอบี เปิดเสนอขายกองทุนเปิด ยูไนเต็ด ซัสเทนเนเบิล ธีมเมติค ซีเล็คท์ ฟันด์ (UST)
บลจ. ยูโอบี เปิดเสนอขายกองทุนเปิด ยูไนเต็ด ซัสเทนเนเบิล ธีมเมติค ซีเล็คท์ ฟันด์ (UST) รวมที่สุดของ Theme การลงทุนแบบยั่งยืนในทุกสินทรัพย์ ในวันที่ 7-15 มีนาคม นี้
นางสาวรัชดา ตั้งหะรัฐ กรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ด้วยภาพรวมเศรษฐกิจที่เริ่มกลับมาฟื้นตัว สถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ในหลายประเทศเริ่มดีขึ้น ทำให้นักลงทุนเริ่มคลายความกังวล ภาพรวมเศรษฐกิจของแต่ละประเทศเริ่มกลับมาฟื้นตัว แม้ว่าจะมีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน เป็นปัจจัยกดดันตลาดบ้าง แต่เราเชื่อว่าตลาดจะได้รับผลกระทบในระยะสั้น ด้วยภาพรวมตลาดดังกล่าว การลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์รวมทั้งการลงทุนธีมที่เป็นกระแสหลักของโลกยังคงได้รับความสนใจ โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาขององค์กรอย่างยั่งยืน หรือ ESG ได้รับความสนใจมากขึ้น ทาง บลจ.ยูโอบี เองได้ริเริ่มผลักดันนำเสนอกองทุนที่มีแนวทางการดำเนินธุรกิจ ESG ให้กับนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันมาอย่างต่อเนื่อง และการนำเสนอกองทุน UST นี้จะเป็นอีกตัวเลือกการลงทุนที่เน้นการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ ESG และกระจายในหลากหลายสินทรัพย์กลุ่มธุรกิจและเลือกการลงทุนแบบ Thematic investing เพิ่มเติมผ่านผู้เชี่ยวชาญ”
นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา สถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ในหลายประเทศจะดูคลี่คลายลง การกระจายวัคซีนเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง ตัวเลขสำคัญต่างๆที่บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงขึ้น รวมถึงอัตราการจ้างงานที่เริ่มจะกลับมาสู่ระดับปกติ โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed มีแนวทางการดำเนินนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น มีการปรับลดวงเงินการเข้าซื้อพันธบัตร และการส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยกดดันส่งผลกระทบทำให้ราคาสินทรัพย์มีการปรับตัวลดลง ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตร หุ้น น้ำมัน และทองคำ
อย่างไรก็ตาม ทาง บลจ.ยูโอบี ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในระยะยาว โดยตัวเลขบ่งชี้การขยายตัวของเศรษฐกิจ เริ่มกลับมาโตได้ รวมถึงตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจ จาก IMF โดยมองว่า ในปี 2022 และ 2023 การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ยังคงขยายตัวได้ประมาณ 4.0-4.5% และด้วยสถานการณ์ดังกล่าวเรายังคงเน้นแนะนำให้นักลงทุนมีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภทเพื่อบริหารความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ตการลงทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม รวมไปถึงการเลือกลงทุนภายใต้ธีมที่เป็นกระแสหลักของโลก (Mega Trend) ที่ไม่อ้างอิงกับบริษัทใดหรือเศรษฐกิจของประเทศใดประเทศหนึ่ง เช่น ธีมพลังงานสะอาด ธีมสุขภาพและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร จะเป็นกระแสหลักที่เข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง







