
กลุ่ม ปตท. ทุ่ม 9.4 แสนล้าน ร่วมกระตุ้นศก.ไทยระยะ 5 ปี
ปตท.กางแผนลงทุน 5 ปี 9.4 แสนลบ.รุกนวัตกรรมด้านพลังงาน หนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย สร้างผลตอบแทนคืนสู่สังคม ขณะที่เหตุการณ์รัสเซีย-ยูเครน ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบแตะ 100 เหรียญสหรัฐ แนะควรรณรงค์เรื่องการประหยัด
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการปตท. ปี 2564 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2563 ซึ่งสอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัว รวมถึงความสามารถในการรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจและการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ ส่งเงินเข้ารัฐกว่า 8.25 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ได้วางแผนลงทุนในระยะ 5 ปี (2565-2569) วงเงิน 9.4 แสนล้านบาท ดำเนินธุรกิจตามภารกิจหลักเพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ พร้อมกับการขับเคลื่อนองค์กรในทุกมิติ เพื่อสร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่ประเทศ ตลอดจนนำเสนอนวัตกรรมด้านพลังงานเพื่อรองรับความต้องการใช้เชื้อเพลิงรูปแบบใหม่ ยกระดับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพระดับสากล เพื่อมาตรฐานชีวิตที่ดีของคนไทย สนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ พร้อมผลักดันประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
สำหรับงบลงทุนดังกล่าว จะนำไปลงทุนในธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้น สัดส่วน 54% ธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้น 31% ธุรกิจที่ปตท.ดำเนินการเอง เช่น คลังแอลเอ็นจีแห่งที่2 ,ท่อส่งก๊าซเส้นที่ 5 เป็นต้น และธุรกิจไฟฟ้า 4%
นอกจากนี้ได้วางกรอบวิสัยทัศน์ “Powering Life with Future Energy and Beyond ขับเคลื่อนทุกชีวิต ด้วยพลังแห่งอนาคต ประกอบด้วย 1. Future Energy : มุ่งสู่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและยานยนต์ไฟฟ้า โดยมี บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เป็นแกนหลัก ด้วยเป้าหมาย 12 กิกะวัตต์ ในปี 2573 (ค.ศ.2030) พร้อมจัดตั้ง บริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) เดินหน้าธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร (EV Value Chain) โดยร่วมมือกับฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) ตั้ง บริษัท ฮอริษอน พลัส จำกัด (HORIZON PLUS) บริษัทร่วมทุนเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายตลาดและสร้างฐานการผลิต EV ในไทย
2. Beyond : รุกธุรกิจใหม่ มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย และเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูงตามทิศทางโลก ด้วยการเข้าสู่ธุรกิจวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต (Life Science) โดยมี บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อส่งเสริมสาธารณสุขคนไทยให้มั่นคง ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมาอินโนบิก ได้ร่วมนำเข้าและบริจาคยาเรมเดซิเวียร์ 12,000 ขวด และยาฟาวิพิราเวียร์ 1.2 ล้านเม็ด ให้กับประเทศเพื่อดูแลประชาชน
นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. ยังมุ่งเข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value Business) ต่อยอดจากธุรกิจปิโตรเคมี ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง เสริมสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจน้ำมันและเสริมสร้างธุรกิจไลฟ์สไตล์ ตลอดจนการเข้าสู่ธุรกิจโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน (Logistics & Infrastructure) ระบบปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีดิจิทัล (AI, Robotics & Digitalization)
อย่างไรก็ตามกลุ่มปตท.ยังมุ่งมั่นยกขีดความสามารถในการแข่งขันธุรกิจปัจจุบัน และมองหาโอกาสในธุรกิจใหม่ๆ ที่มีศักยภาพเพื่อผลตอบแทนที่ดีกลับคืนสู่ประเทศ ฟื้นคืนลมหายใจเศรษฐกิจ ตลอดจนให้การสนับสนุนภาครัฐช่วยลดต้นทุนทางพลังงานให้ประชาชน รวมถึงดำเนินกิจการเพื่อสังคมต่อเนื่อง และสานต่อโครงการลมหายใจเดียวกัน สนับสนุนระบบสาธารณสุขไทยช่วงสถานการณ์โควิด-19 ร่วมจัดตั้งหน่วยวัคซีนเคลื่อนที่เชิงรุก จนถึงหน่วยคัดกรองโควิด-19 และโรงพยาบาลสนามครบวงจรต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเป็นอีกหนึ่งพลัง ร่วมขับเคลื่อนประเทศในทุกมิติ ให้คนไทยฝ่าวิกฤตนี้ไปได้ด้วยกัน
นายอรรถพล กล่าวถึง สถานการณ์ระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน หากเหตุการณ์ยืดเยื้อ มีโอกาสที่ราคาน้ำมันแตะ100เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งปีนี้คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยอยู่ที่ 81-86 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่เรื่องนี้อยากให้มองในเรื่องความมั่นคงพลังงาน ซึ่งปตท.จัดหาน้ำมันจากแหล่งที่อยู่นอกพื้นที่ความขัดแย้ง อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันโลกที่ปรับสูง อาจต้องมีการรณรงค์ในเรื่องการประหยัดพลังงาน ถ้าประหยัดการใช้ดีเซลได้ 10% จากราคาจำหน่ายประมาณ 30 บาทต่อลิตร ก็จะช่วยให้ประชาชนประหยัดได้ถึง 3 บาท







