
สปส.อู้ฟู่กำไร3.2หมื่นล้าน
โพสต์ทูเดย์
– ประกันสังคมโกยกำไรปี 2553 ถึง 3.2 หมื่นล้านบาท บอร์ดไฟเขียวลงทุนต่างประเทศอีก 600 ล้านเหรียญสหรัฐนายปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการคณะกรรมการประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยว่า ในปี 2553 ประกันสังคมสามารถบริหารเงินลงทุนได้ผลตอบแทน 3.2 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันมีเงินลงทุนรวมประมาณ 7.8 แสนล้านบาท ทั้งนี้แต่ละปีจะมีเงินลงทุนประมาณ 1.5 แสนล้านบาท โดยแยกเป็นเงินจากการเก็บสมทบ 6 หมื่นล้านบาท และเงินลงทุนที่ครบกำหนดระยะเวลาไถ่ถอน 8 หมื่นล้านบาท
สำหรับผลตอบแทนดังกล่าวถือว่าน่าพอใจ โดยในปีที่แล้วมีกำไรแค่ 2.8 หมื่นล้านบาท และเฉลี่ยเพิ่มแค่ปีละ 2,000 ล้านบาท แต่ปีนี้เพิ่ม 4,000 ล้านบาท
ปัจจุบัน สปส.มีเงินลงทุนประมาณ 7.8 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคง 80% หรือประมาณ 6.4 แสนล้านบาท ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยง 20% หรือ 1.41 แสนล้านบาท ซึ่งมีการลงทุนในต่างประเทศแล้ว 3 ครั้ง รวมวงเงิน 650 ล้านเหรียญสหรัฐ เช่น การลงทุนตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชนอ้างอิง และมีการลงทุนด้านสังคม 10% หรือประมาณ 2.79 หมื่นล้านบาท
นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่ประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) มีมติเห็นชอบให้ สปส.นำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ 600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท
พร้อมกันนี้ ได้มอบหมาย สปส. ให้ดำเนินการคัดเลือกบริษัทจัดการหลักทรัพย์เข้ามาบริหารการลงทุน 3 บริษัท และแบ่งเงินลงทุนให้บริษัทละ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,000 ล้านบาท กำหนดให้ลงทุนใน 3 ประเภท ได้แก่ กองทุนตราสารหนี้ หุ้น และอสังหาริมทรัพย์ โดยยึดนโยบายให้ลงทุนในตราสารหนี้ 60% และลงทุนในหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ 40% ซึ่งคาดว่าจะได้ผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 58% ซึ่งสูงกว่าการลงทุนในไทย
สำหรับการคัดเลือกบริษัทจัดการหลักทรัพย์จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อมาคัดเลือกโดยเฉพาะ โดยกำหนดคุณสมบัติของบริษัทจะต้องเป็นบริษัทที่ขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และบริษัทที่ได้รับคัดเลือกจะต้องหาบริษัทร่วมลงทุนในต่างประเทศ โดยต้องมีขนาดสินทรัพย์บริหาร 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปกลางปี 2554
“การลงทุนในต่างประเทศช่วงนี้ มีความได้เปรียบเนื่องจากเป็นช่วงที่เงินบาทแข็งค่า ส่วนตลาดในต่างประเทศที่ สปส. สนใจจะเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้น คือตลาดใหม่ในประเทศที่กำลังพัฒนา ส่วนตลาดอสังหาริมทรัพย์มองไปที่แถบยุโรปซึ่งราคาถูกลงมาก อย่างไรก็ตาม การลงทุนครั้งนี้ใช้เงินลงทุนคิดเป็นสัดส่วนเพียง 2% จากเดิมที่มีกรอบการลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 10% ของเงินกองทุนทั้งหมด 7.8 แสนล้านบาท” นายสมเกียรติ กล่าวนอกจากนี้ สปส.ยังได้เสนอให้ขยายอายุการรับเงินบำนาญ หรือเกษียณจากอายุ 55 ปี เพิ่มเป็น 5860 ปี เพื่อชะลอการไหลออกของเม็ดเงินชราภาพที่จะเริ่มจ่ายเงินในปี 2557 แต่ยังไม่มีการกำหนดอัตราการเพิ่มเงินสมทบนำส่งเพิ่ม
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ในวันที่ 30 ธ.ค.นี้ กระทรวงแรงงานเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือหามาตรการป้องกันความเสี่ยงของกองทุนประกันสังคม หลังจากที่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) ส่งรายงานคาดการณ์ปัญหาความเสี่ยงของกองทุนประกันสังคมว่าอาจอยู่ในภาวะล้มละลายไปยังนายกรัฐมนตรี







