
‘บินไทย’มาถูกทางแผนฟื้นฟูฯคืบ ลุ้นได้เงินก้อนใหม่ 2.5 หมื่นลบ.ต้นปีหน้า
“ปิยสวัสดิ์”แจงแผนฟื้นฟูกิจการฯหั่นค่าใช้จ่ายได้ 4.48 หมื่นลบ.สะท้อนผลประกอบการขาดทุนลดลง ขณะที่เจ้าหนี้พอใจการดำเนินงานพร้อมสนับสนุนสินเชื่อ 2.5 หมื่นลบ.เสริมสภาพคล่อง
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าในภาพรวมระยะเวลากว่า 1 ปี บริษัทฯ มีความคืบหน้าในการดำเนินการตามกระบวนการแผนฟื้นฟูกิจการ มีการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย การปรับโครงสร้างและขนาดองค์กร และเพิ่มการหารายได้
นอกจากนี้ยังกำหนดวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ได้แก่ “สายการบินคุณภาพสูง ที่ให้บริการเต็มรูปแบบ ด้วยความแข็งแกร่งของอัตลักษณ์ความเป็นไทย เชื่อมโยงประเทศไทยสู่ทั่วโลก และสร้างผลกำไรที่ดีอย่างต่อเนื่อง”
ทั้งนี้ได้กำหนดพันธกิจ 4 ด้าน คือ 1. สร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้า 2. ความเป็นเลิศด้านการพาณิชย์ 3. ต้นทุนที่แข่งขันได้ 4. ผู้นำด้านปฏิบัติการบิน
อย่างไรก็ตามได้ดำเนินโครงการปฏิรูปธุรกิจ(Transformation Initiatives) ที่พัฒนาจากการระดมสมองของพนักงานทุกระดับกว่า 400 โครงการส่งผลให้สามารถลดค่าใช้จ่ายได้เป็นมูลค่า 44,800 ล้านบาทต่อปี ได้แก่ ด้านบุคลากร 16,000 ล้านบาท ด้านประสิทธิภาพฝูงบินและการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 12,000 ล้านบาท การเจรจาปรับปรุงสัญญาเช่าเครื่องบินและซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ 11,300 ล้านบาท
ด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้าง 1,100 ล้านบาท ด้านการปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติการบิน 719 ล้านบาท ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพฝ่ายช่าง 802 ล้านบาท และด้านอื่นๆ 3,200 ล้านบาท
สำหรับการปรับโครงสร้างหนี้บริษัทฯขยายเวลาการชำระหนี้ออกไป 5-7 ปี โดยการพักชำระหนี้ เงินต้นและดอกเบี้ย 2-3 ปี ปรับลดภาระหนี้ในส่วนดอกเบี้ยตามภาระผูกพันเดิมเหลือร้อยละ 1.5 ปรับลดภาระผูกพันตามสัญญาเช่า/เช่าซื้อเครื่องบิน และเพิ่มทางเลือกในการชำระหนี้
ส่วนแผนการบจัดหาสินเชื่อใหม่เพื่อเสริมสภาพคล่องวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ตามแผนฟื้นฟูกิจการฯแยกเป็นสินเชื่อจากภาครัฐ 2.5 หมื่นล้านบาท และสินเชื่อจากเอกชน 2.5 หมื่นล้านบาท สินเชื่อในส่วนของภาคเอกชนขณะนี้ทางกรรมการเจ้าหนี้ได้รับทราบแล้วพร้อมที่จะเข้ามาสนับสนุน แต่ในส่วนของภาครัฐต้องยอมรับว่ายังมีเงื่อนไขหลายด้าน ซึ่งยังอยากให้กระทรวงการคลังรักษาสิทธิในการถือหุ้นเนื่องจากการใส่เงินเข้ามาจะมีสิทธิ์ในการซื้อหุ้นในราคา 2.54 บาท
อย่างไรก็ตามการบินไทยยังมีเงินเหลือหมุนเวียนจนถึงต้นปี 2565 ในขณะที่มีภาระหนี้ ตั๋วเครื่องบินที่ต้องคืนลูกค้า 1.2 หมื่นล้านบาท และค่าใช้จ่ายพนักงานสมัครใจลาออก 4,000 ล้านบาท ดังนั้นหากได้รับสินเชื่อใหม่ 2.5 หมื่นล้านบาท เข้ามา ภายในเดือน ม.ค.-ก.พ. ปีหน้า จะเพียงพอกับการดำเนินกิจการตามแผนฟื้นฟูฯที่วางไว้ โดยไม่สะดุดนัก
สำหรับผลประกอบการในเดือนตุลาคม 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานสูงสุดนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19เมื่อเดือนเมษายน 2563 สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการฟื้นฟูของธุรกิจการบิน โดยระหว่างเดือนเมษายน 2563 - ตุลาคม 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากเที่ยวบินขนส่งสินค้าทางอากาศ รวมกว่า 10,000 ล้านบาท มีรายได้จากหน่วยธุรกิจการบินในการให้บริการลูกค้ากว่า 80 สายการบินเป็นเงินรวม 4,800 ล้านบาทและมีแผนงานขยายธุรกิจ Master Franchise ร้าน Puff & Pie ไปทั่วประเทศ
ทั้งนี้ส่งผลให้บริษัทฯขาดทุนจากการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563 เป็นเงิน 3,973 ล้านบาท เมื่อรวมรายการครั้งเดียวทางบัญชี ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 11,121 ล้านบาท ดีขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปี 2563 เป็นเงิน 39,151 ล้านบาท
นายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการได้ดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการและแผนปฏิรูปธุรกิจ ตลอดจนบริหารจัดการสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นผลให้บริษัทฯ มีกระแสเงินสดสำหรับการดำเนินธุรกิจอย่างเพียงพอต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 เป็นต้นมา
ทั้งนี้เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปิดประเทศตามนโยบายรัฐบาล บริษัทฯ ได้ปรับเพิ่มเส้นทางบินที่ให้บริการเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2564 – 26 มีนาคม 2565 โดยภายในไตรมาสที่ 1/2565 จะมีเส้นทางบินในทวีปเอเชีย 19 จุดบิน ในทวีปยุโรป 9 จุดบิน ในทวีปออสเตรเลีย 1 จุดบิน และภายในประเทศโดยสายการบินไทยสมายล์ 14 จุดบิน ด้วยบริการเต็มรูปแบบ (Full Services)
ด้านนายธีรัชย์ อัตนวานิช ประธานคณะกรรมการเจ้าหนี้ บริษัท การบินไทย กล่าวว่าทางกรรมการเจ้าหนี้ได้เข้ามาร่วมติดตามแผนฟื้นฟูฯอย่างใกล้ชิด ซึ่งประทับใจกับการดำเนินงานและขอบคุณทีมผู้บริหารแผนฯ ที่ทุ่มเทขับเคลื่อนการดำเนินงานแผนฟื้นฟูฯเป็นอย่างดี โดยมีความก้าวหน้าทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการแข่งขันและ ต้นทุนธุรกิจ ซึ่งเป็นปัญหากับการบินไทยมาโดยตลอด การลดต้นทุนทำได้เข้มข้น ทั้งลดรูปแบบเครื่องบิน ลดจำนวนฝูงบินเหลือ 58 ลำให้เหมาะกับแผนธุรกิจ การปรับลดพนักงานในจำนวนที่เหมาะสม เป็นุจุดสำคัญที่ทำให้การบินไทยสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว







