
น้ำท่วมพ่นพิษพีคฯชะลอหนัง บุกตลาดแผ่น
โพสต์ทูเดย์
— พีค เมกเกอร์ ชะลอทำหนังไทยปีหน้า หันรุกตลาดโฮม เอนเตอร์เทนเมนต์ หวังรายได้ 100 ล้านบาทน.ส.มลฤดี ธาดาอำนวยชัย กรรมการบริหาร บริษัท พีค เมกเกอร์ และบริษัท แอล เอช มูฟวี่ ฟิวชั่น ในเครือบริษัท โลโก้โมชั่น เปิดเผยว่า ในปีหน้าบริษัทจะชะลอแผนการลงทุนสร้างภาพยนตร์ไทย จากแผนเดิมจะผลิตภาพยนตร์ไทยปีละ 1 เรื่อง เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุนและทำรายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองและน้ำท่วม
ทั้งนี้ บริษัทมีโครงการผลิตภาพยนตร์ค้างอยู่เรื่อง
“Pridip” งบลงทุนกว่า 40 ล้านบาท ถ่ายทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะสามารถนำเข้าฉายได้ในปีหน้าสำหรับรายได้ในปีนี้ คาดว่าจะทำได้เพียง 5060 ล้านบาทเท่านั้น จากเดิมปีก่อนมีรายได้อยู่ที่ 100 ล้านบาท ถือเป็นปีที่มีการขาดทุนมากที่สุด จากที่ผ่านมาพอมีกำไรอย่างไรก็ตามรายได้เริ่มกลับมาดีขึ้นตั้งแต่เดือน พ.ย.ที่ผ่านมา
ล่าสุดบริษัทได้นำเข้าลิขสิทธิ์ภาพยนตร์จีนชุด
“ซูสีไทเฮา” เข้ามาทำตลาดโฮม เอนเตอร์เทนเมนต์ รวมทั้งได้ลิขสิทธิ์ภาพยนตร์จากค่ายยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส เข้ามาทำตลาดอีก 14 เรื่อง คาดว่าจะมีรายได้ 100 ล้านบาทในปีหน้าส่วนสำคัญที่ทำให้รายได้ไม่เป็นไปตามเป้าคือปัญหาทางการเมือง สภาพเศรษฐกิจ และภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่มีขึ้นตลอดปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดขายในช่วง 10 เดือนมานี้ ตกลงไปมาก และเริ่มกลับมาดีขึ้นในช่วงเดือนพ.ย.ที่ผ่านมาบ้างแล้ว และจากปัญหาการขาดทุนในครั้งนี้ ส่งผลให้ในปีหน้าบริษัทจะชะลอแผนการลงทุนสร้างภาพยนตร์ไทยขึ้นมา จากเดิมต่อปีจะต้องมีการผลิตภาพยนตร์ไทยปีละ 1 เรื่อง แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากภาพยนตร์ไทย คือ เรื่อง “Pridip” เป็นโปรเจกต์ล่าสุดใช้งบลงทุนกว่า 40 ล้านบาท ได้ถ่ายทำเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อปีก่อน แต่ยังค้างเรื่องการทำคอมพิวเตอร์กราฟฟิกอยู่คาดว่าจะสามารถนำเข้าฉายได้ในปีหน้า มองว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ปีหน้ามีรายได้เข้ามาดีขึ้น อย่างไรก็ตามธุรกิจหลักของบริษัท คือ โฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ในการซื้อลิขสิทธ์ภาพยนตร์มาจำหน่ายในรูปแบบวีซีดี และดีวีดี โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1. มวยปล้ำ 2. ภาพยนตร์จีนจากฮ่องกง ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ได้ปรับราคาลงมาใกล้เคียงกับแผ่นผี พบว่าลูกค้าให้การตอบรับที่ดีขึ้น ดังนั้นเราจึงไม่มีปัญหาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์มากนัก ล่าสุดได้เข้ามารุกในเซกเม้นท์ของภาพยนตร์ซีรีด้วย เริ่มจากเรื่อง ซูสีไทเฮา หรือ The Pleiades ภาพยนตร์อีพิคอิงประวัติศาสตร์ ผลงานสร้างของ2ประเทศ ระหว่างจีนและญี่ปุ่น นอกจากนี้ทางบริษัทยังได้มีการขอซื้อสิทธิ์ในการนำเอาภาพยนตร์เก่าจากค่ายหนังฮอลลีวู้ดอย่าง ยูนิเวอร์ซัล พิคเจอร์ มาทำเป็นวีซีดี และดีวีดี อีก 14 เรื่องด้วยมั่นใจว่าในปีหน้าภาพรวมรายได้จะกลับขึ้นมาดีอีกครั้ง หรือทำได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทเช่นปีที่ผ่านมา






