posttoday
บลจ.ซีไอเอ็มบีลั่นปี54โตเท่าตัว

บลจ.ซีไอเอ็มบีลั่นปี54โตเท่าตัว

22 ธันวาคม 2553

บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล วางเป้าปี 2554 เอยูเอ็มแตะ 5 หมื่นล้านบาท โตเท่าตัวจากปีนี้ ลุยออกกองทุน FIF-อสังหาริมทรัพย์

บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล วางเป้าปี 2554 เอยูเอ็มแตะ 5 หมื่นล้านบาท โตเท่าตัวจากปีนี้ ลุยออกกองทุน FIF-อสังหาริมทรัพย์

นายอนุสรณ์ บูรณกานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) อยู่ที่ 2.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2552 ซึ่งมีเอยูเอ็มจำนวน 1.7 หมื่นล้านบาทและในปี 2554 ตั้งเป้าเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 5 หมื่นล้านบาท

“ปีหน้าบริษัทมีแผนออกกองทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งกองทุนเพื่อไปลงทุนต่างประเทศ (FIF) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทุนรวมตลาดเงิน โดยทำงานร่วมกับซีไอเอ็มบีมากขึ้นและใช้ระบบข้อมูลต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมากขึ้น”นายอนุสรณ์กล่าว

สำหรับไตรมาสแรกปี 2554 จะออก 2 กองทุน โดยเป็นกองทุน FIF ลงทุนในพันธบัตรศุกูกในภูมิภาคอาเซียน มูลค่าโครงการประมาณ 500 ล้านบาท โดยกองทุนดังกล่าวจะออกมารองรับกองทุนรวมเกาหลีใต้ที่จะครบอายุ

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า กองทุนดังกล่าวจะเข้าไปลงทุนในตราสารภาคเอกชนที่อยู่ระดับที่ลงทุนได้หรืออินเวสเม้นท์เกรดในแถบภูมิภาคเอเชีย เป็นบริษัทที่มีหนี้ต่ำและธุรกิจไม่ขัดหลักอิสลาม โดยกองทุนจะออกเป็นสกุลเงินริงกิต เปิดซื้อขายได้ทุกวันและถือเป็นกองทุนแรกที่มีขึ้นในประเทศไทย

“เราเองมีบริษัทแม่คือ CIMB มาเลเซียเป็นเจ้าตลาดและเชี่ยวชาญด้านการลงทุนแบบนี้อยู่แล้วและกองทุนหลักที่จะไปลงทุนก็มีผลตอบแทนในระดับที่ดี"นายอนุสรณ์ กล่าว

นอกจากนี้ในไตรมาสแรกจะออกกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์แบบมีกรรมสิทธิ์ลงทุนในคลังเก็บเอกสารมูลค่าประมาณ 675 ล้านบาท ซึ่งเลื่อนเปิดขายไอพีโอในช่วงเดือนพ.ย.2553 ที่ผ่านมา เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวธนาคารซีไอเอ็มบีไทยเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นอยู่จึงคาดว่าจะเปิดขายได้ช่วงเดือนมี.ค.2554 และช่วงปลายไตรมาสแรกหรือต้นไตรมาส 2 คาดว่าจะเปิดขายกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์แบบมีกรรมสิทธิ์ลงทุนในโรงแรมระดับ 4 ดาว ตั้งอยู่ที่หาดเฉวง เกาะสมุย มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า บริษัทยังมีแผนจะออกกองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นอีทีเอฟ โดยจะเข้าไปลงทุนในน้ำมัน แร่ธาตุ และทองคำ ซึ่งกองทุนนี้บริษัทมองว่าในช่วง 3 – 5 ปีจะยังสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีอยู่ เพราะแนวโน้มการปรับตัวของน้ำมันและทองคำยังอยู่ในช่วงขาขึ้น

อย่างไรก็ตามในส่วนของปัญหาคาบสมุทรในเกาหลีที่เกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ที่เราเข้าไปลงทุน เพราะทางรัฐบาลเกาหลีได้มีการควบคุมไม่ให้ขยายเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงไม่กระทบผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับ

“ปีหน้าจะเน้นการให้บริการที่ดีและให้ข้อมูลลูกค้าต่อเนื่อง รองรับสถาบันประกันเงินฝากที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ เพื่อให้ลูกค้าเห็นช่องทางลงทุนอื่นๆ นอกเหนือจากการฝากเงิน”นายอนุสรณ์กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ