
INGมองหุ้นปี’54ยังแจ๋ว
ปัจจัยบวกหนุนดัชนี1,200จุด ดึง
‘จุมพล’คืนรังนั่งเก้าอี้ซีอีโอโพสต์ทูเดย์
— บลจ.ไอเอ็นจี ดึง “จุมพล” คืนรังนั่งซีอีโอ พร้อมมองเป้าหุ้นปีหน้า 1,1501,200 จุด เงินนอกหนุนบริษัทจดทะเบียนกำไรโตนายแกรนท์ แอนดรูว์ ไบเลย์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ไอเอ็นจี อินเวสเมนท์ แมเนจเม้นท์ เอเชียแปซิฟิค เปิดเผยว่า บริษัทได้แต่งตั้งนายจุมพล สายมาลา ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. 2554 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ นายจุมพลปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจธนบดีกิจ ที่ธนาคารทหารไทย จากก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายธุรกิจกองทุนรวม และที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ไอเอ็นจี
ด้านมุมมองการลงทุนในปี 2554 นาย"การแต่งตั้งคุณจุมพลเป็นไปตามแผนการบริหารจัดการของ ING Investment Management Asia Pacific เพื่อการมุ่งขยายฐานธุรกิจทางด้านบริหารจัดการการลงทุนและการยกระดับให้เป็นองค์กรชั้นนำ ด้วยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญและความเข้าใจในองค์กรเป็นอย่างดีของคุณจุมพล เราเชื่อมั่นว่าจะช่วยพัฒนาให้ธุรกิจของบลจ.ไอเอ็นจีมีความโดดเด่น แข็งแกร่ง เจริญเติบโต
”นายแกรนท์ กล่าว จารุวัตน์ ปรีดิ์เปรมกุล หัวหน้าผู้จัดการกองทุนตราสารหนี้ บลจ.ไอเอ็นจี กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2554 น่าจะชะลอตัวลง คาดว่าจะเติบโตประมาณ 3.8% จากปี 2553 ที่น่าจะเติบโต 4.8% โดยตลาดตราสารหนี้ของกลุ่มประเทศเกิดใหม่ยังน่าสนใจและในปีหน้าจะได้การปรับเพิ่มอันดับเครดิตหนุนต่อสำหรับเศรษฐกิจไทยในปีหน้าคาดเติบโต 35% ชะลอตัวจากปี 2553 คาดว่าจะเติบโต 78% ขณะที่เงินเฟ้อคาดทรงตัวที่ 2.53.5% และคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.51% เพื่อปรับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรและดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารปรับตัวสูงขึ้น
“
การลงทุนในตราสารหนี้ในปีหน้ายังเหมือนปีนี้ คือเน้นลงทุนในตราสารระยะสั้นและเงินฝาก เพื่อลดผลกระทบและความผันผวนจากอัตราดอกเบี้ยในช่วงขาขึ้น และจะเพิ่มการลงทุนในตราสารระยะปานกลางจนถึงยาวเมื่อผลตอบแทนปรับตัวสูงขึ้น” นายจารุวัตน์ กล่าวน.ส.ศิริพรรณ สุทธาโรจน์ หัวหน้าฝ่ายจัดการกองทุนตลาดทุน บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในปีหน้ายังอยู่ในทิศทางที่เป็นบวก โดยคาดว่าดัชนีจะอยู่ที่ระดับ 1,1501,200 จุด โดยบริษัทจดทะเบียนน่าจะมีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ 1520% ในปี 2554 และอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิของหุ้นไทย (พีอี) อยู่ที่ 12 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับพีอีเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 12.7 เท่า และพีอีหุ้นไทยยังมีโอกาสขึ้นถึง 14 เท่าได้เนื่องจากเศรษฐกิจไทยขาขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการอัดฉีดสภาพคล่องทางการเงินเพิ่มเติมของธนาคารกลางสหรัฐ ทิศทางเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าและสินค้าโภคภัณฑ์ขาขึ้น
“
กระแสเงินทุนไหลเข้าทำให้ไทยได้อานิสงส์ด้วย และยังมีโอกาสที่จะไหลเข้าได้อีก ทำให้ครึ่งแรกปี 2554 ยังเป็นบวก แต่ครึ่งปีหลังดัชนีอาจผันผวนมากขึ้น ต้องดูว่าสหรัฐจะมีมาตรการหรือไม่และเศรษฐกิจจะฟื้นตัวหรือไม่ แต่ปีนี้ต่างชาติเข้าซื้อสุทธิคิดเป็น 0.4% เมื่อเทียบกับมาร์เก็ตแคป ซึ่งยังอยู่ระดับที่ต่ำเมื่อเทียบค่าเฉลี่ยของเอเชียอยู่ที่ 2% ของมาร์เก็ตแคป” น.ส.ศิริพรรณ กล่าว






