
บอร์ดบินไทยพิจาณาผลสอบ "วัลลภ" พรุ่งนี้
บอร์ดการบินไทยพิจารณาผลสอบ'วัลลภ' กรณีขนสัมภาระเกิน พรุ่งนี้
บอร์ดการบินไทยพิจารณาผลสอบ'วัลลภ' กรณีขนสัมภาระเกิน พรุ่งนี้
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการการบินไทยที่มี นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นประธานพรุ่งนี้ (15 ม.ค.) จะมีการรายงานเรื่องผลสอบ นายวัลลภ พุกกะณะสุต อดีตกรรมการ และประธานกรรมการบริหารการบินไทย กรณีขนสัมภาระน้ำหนักเกิน
นอกจากนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาการประมวลจริยธรรมที่ปรับปรุงใหม่ เพื่อบังคับใช้ตั้งแต่ระดับประธานบอร์ด กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ โดยจะไม่มีผลย้อนหลัง สำหรับโทษของการผิดจริยธรรมและวินัยจากเหตุปัจจัยดังกล่าวมีโทษตั้งแต่สถานเบาและหนักที่สุดคือตักเตือน หักเงินเดือนและไล่ออก
นอกจากนี้ ยังมีการรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ของปี 52 และการเสนอเพื่อให้บอร์ดพิจารณาขึ้นเงินเดือนและการจ่ายโบนัสให้กับพนักงานการบินไทย เนื่องจากผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายของปี 2552 บริษัทมีกำไรและสามารถล้างขาดทุนในช่วง 9 เดือนแรก ของปี 2552 และยังเสนอการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นด้วย รวมถึงพิจารณาแผนปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกบนเครื่องบิน โบอิ้ง 777-200 จำนวน 8 ลำ สำหรับชั้นประหยัด มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อติดตั้งจอทีวีประจำที่นั่งบนชั้นประหยัด และจะทำให้เครื่องบินโบอิ้งทั้งหมด 20 ลำ ของการบินไทย มีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนกันทุกลำ
สำหรับการส่งมอบเครื่องบินแอร์บัสเอ 330-300 จำนวน 5 ลำ ที่มีปัญหาจากการติดตั้งเก้าอี้ ขณะนี้การบินไทยได้ยื่นข้อเสนอครั้งสุดท้ายให้ บริษัท KOITO จากญี่ปุ่น รีบแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามการบินไทยได้จัดทำทีโออาร์เพื่อเตรียมคัดเลือกบริษัทผลิตเก้าอี้รายใหม่ เพื่อติดตั้งเก้าอี้แทนบริษัท KOITO เพื่อเป็นแผนสำรอง หากบริษัท KOITO ไม่สามารถดำเนินการติดตั้งเก้าอี้ได้ตามกำหนด โดยต้องการรีบดำเนินการ เพราะปัจจุบันมีปัญหาเครื่องบินไม่เพียงพอกับความต้องการ
ทั้งนี้ จากปัญหาเครื่องบินมีไม่เพียงพอ การบินไทยจึงมีแผนที่จะนำเครื่องบินแอร์บัส เอ 340-500 ที่อยู่ระหว่างการรอจำหน่ายมาให้บริการ รวมทั้งจะพิจารณายกเลิกเส้นทางกรุงเทพฯ-คูเวต ที่ให้บริการ 3 เที่ยวต่อสัปดาห์ และเส้นทางกรุงเทพฯ-มะนิลา-โอซากา เพื่อที่จะนำเครื่องบินที่ให้บริการในเส้นทางดังกล่าวไปให้บริการในเส้นทางอื่น ๆ ที่มีกำไร เช่น กรุงเทพฯ-โจฮันเนสเบิร์ก







