posttoday
สิงห์ เอสเตท คว้าหุ้นสามโรงงานไฟฟ้าใหญ่ รุกแผนแตะยอดสองหมื่นล้าน

สิงห์ เอสเตท คว้าหุ้นสามโรงงานไฟฟ้าใหญ่ รุกแผนแตะยอดสองหมื่นล้าน

31 มีนาคม 2564

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ เอส ขับเคลื่อนพัฒนาการประกอบธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า พร้อมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจอื่นๆ ของสิงห์ เอสเตท ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า ธุรกิจโรมแรมและรีสอร์ต ท่ามกลางกระแสอันแปรปรวนและความไม่แน่นอนของธุรกิจทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลก

นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารยืนยันว่าการเปิดประตูสู่ธุรกิจใหม่นี้เป็นสิ่งที่ทางบริษัทฯ ได้เล็งเห็นว่าจะเสริมสร้างและยกระดับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลักของบริษัทฯ ได้อย่างแน่นอน

“ที่ผ่านมา วิกฤตการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทุกรูปแบบ ทั้งในไทยและรอบโลก” คุณฐิติมากล่าว “ซึ่งที่ผ่านมาการวางแผนธุรกิจของเราได้ผลดีเสมอ และเราเชื่อว่าธุรกิจทั้งสี่สามารถช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกันได้”

สำหรับปี 2564 นี้ถือเป็นปีเปลี่ยนผ่านของบริษัทฯ ที่จะขยับขยายไปสู่การพัฒนายกระดับโดยรวบรวมธุรกิจต่างประเภทที่ส่งเสริมจุดแข็งของ 3 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลักของบริษัทฯ ไว้ด้วยกัน ประกอบไปด้วยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชย์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย และธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต

สิงห์ เอสเตท คว้าหุ้นสามโรงงานไฟฟ้าใหญ่ รุกแผนแตะยอดสองหมื่นล้าน

สิงห์ เอสเตทวางเป้าหมายรายได้ที่ 20,000 ล้านบาท ในเวลา 3 ปี ซึ่งมากกว่าผลรวมปัจจุบันกว่าสามเท่าตัว และเพิ่มการสร้างรายได้จากทรัพย์สินอื่น เพื่อการเจริญเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน และสามารถก้าวผ่านอุปสรรคทางธุรกิจที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

นอกจากนี้ คุณฐิติมายังได้กล่าวถึงมุมมองธุรกิจปัจจุบันของบริษัทฯ ที่ให้ความสนใจในธุรกิจเกี่ยวกับพลังงาน วิศวกรรม และนวัตกรรมอื่นๆ

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา สิงห์ เอสเตท ได้ประกาศการได้รับสิทธิ์เข้าถือหุ้น 30 เปอร์เซ็นต์ ในโรงงานผลิตไฟฟ้าและความร้อนร่วมขนาดใหญ่ 3 แห่ง ซึ่งมีกำลังผลิตรวมทั้งสิ้นกว่า 400 เมกะวัตต์ ภายใต้มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1.39 พันล้านบาท

โรงงานไฟฟ้าแห่งแรกมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 123 เมกะวัตต์ โดยเป็นโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าและความร้อนบริษัท อ่างทอง เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ จังหวัดอ่างทอง ในเขตภาคกลางของประเทศไทย

ส่วนโรงงานไฟฟ้าอีก 2 แห่ง ซึ่งมีกำลังการผลิตโรงงานละ 140 เมกะวัตต์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างและจะพร้อมเปิดปฎิบัติการในปี 2566 ในเขตนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์เช่นกัน โดยมีบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (ราชบุรี) 1 จำกัด และบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (ราชบุรี) 2 จำกัด เป็นผู้ถือใบอนุญาต

“การจะได้รับใบอนุญาตเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้ากำลังมากขนาดที่ว่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เรายินดีมากกับการได้รับสิทธิ์ในการเข้าถือหุ้นจากใน 3 ผู้ผลิตรายใหญ่นี้ ซึ่งผลพลอยได้อัตโนมัติก็คือ เราจะสามารถเข้ามายืนในกลุ่มธุรกิจนี้ได้อย่างมั่นคงทันที”

คุณฐิติมายังกล่าวถึงทางเลือกที่น่าดึงดูดใจ เนื่องจากได้มีการจองซื้อล่วงหน้าไฟฟ้าจำนวน 270 เมกะวัตต์ หรือเกือบ 70% ของกำลังการผลิตของทั้ง 3 โรงงาน ด้วยราคาที่ได้ยืนยันแล้ว

“สิ่งสำคัญที่เราได้จากการลงทุนทีว่าก็คือการมีรายได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ซึ่งก็จะช่วยสร้างเสริมความแข็งเกร่งให้ธุรกิจของเราเช่นกัน” คุณฐิติมากล่าว

บริษัท อ่างทอง เพาเวอร์ จำกัด เป็นโรงผลิตไฟฟ้าแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีกำไรจากประกอบการได้โดยไม่จำเป็นต้องแบ่งจำหน่ายให้กับผู้ซื้อสาธารณะ และผลผลิตมากกว่า 75% ได้ถูกส่งต่อไปยังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยโดยตรงตามสัญญาซื้อขายซึ่งมีระยะเวลา 25 ปี

คุณฐิติมากล่าวถึงแผนการนำเอาเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิต ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการรวมออกมาน่าพอใจ โดยคาดว่าทั้ง 3 โรงงานจะสร้างรายได้จากการผลิตมากกว่า 7.5 พันล้านบาทในปี 2567

“การลงทุนในธุรกิจนี้น่าสนใจด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว แต่เรายังเล็งเห็นการได้รับผลประโยชน์ร่วมอื่นๆ ต่อธุรกิจหลักของเราเช่นกัน” คุณฐิติมาอธิบาย “และเนื่องจากเรามีจำนวนเงินขาดทุนสะสมกับทางธนาคารต่างๆ อยู่ เราจึงสามารถชำระส่วนน้อยและส่วนที่เหลือก็นำค่าธรรมเนียมซื้อคืนหน่วยลงทุนระหว่างธนาคารต่างๆ เข้ามาจัดการ”

ทั้งนี้ สิงห์ เอสเตทมีสัดส่วนหนี้ต่อทุนต่ำ เพียง 0.96 และมีเครดิตการเข้าถึงวงเงินกว่า 25 ล้านบาท

ในปัจจุบัน สิงห์ เอสเตท ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์กว่า 140,000 ตารางเมตร และรายได้ภายในปี 2563 ของบริษัทฯ กว่า 15% ก็มาจากการขายค้าปลีก

นอกจากนี้ สิงห์ เอสเตท เป็นเจ้าของโรงแรมอีก 39 แห่ง และรีสอร์ต 4,600 ห้อง กระจายอยู่ภายใน 5 ประเทศ ซึ่งสร้างรายได้กว่า 24% ของรายได้รวมบริษัทฯ อีกทั้งยังได้สร้างโครงการเพื่อพักอยู่อาศัยเป็นจำนวน 23 แห่ง ประกอบไปด้วยบ้านเดี่ยว ทาวน์เอ้าส์ และคอนโดมิเนียมภายใต้ชื่อ เดอะ สันติบุรี และ ดิ เอส และแบรนด์อื่นๆ ซึ่งสร้างรายได้ให้กว่าบริษัทฯ กว่า 57% จากผลประกอบการรวม

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน