posttoday
คลังสั่งปิดประกัน ชี้ร้องศาลได้90วันคปภ.ดึง19บริษัทรับช่วงอุ้มลูกค้า

คลังสั่งปิดประกัน ชี้ร้องศาลได้90วันคปภ.ดึง19บริษัทรับช่วงอุ้มลูกค้า

14 ธันวาคม 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — กระทรวงการคลังออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตบริษัท เอ.พี.เอฟ. อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวรันส์ มีผล 13 ธ.ค.เป็นต้นไป

กระทรวงการคลังออกคำสั่งเลขที่ 1583/2553 แจ้งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัท เอ.พี.เอฟ.อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวรันส์ มีผลตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค. 2553 นี้เป็นต้นไป เพื่อป้องกันมิให้ประชาชนหรือผู้เอาประกันภัยได้รับความเสียหายเพิ่มเติม

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ระบุว่า เนื่องจากดำรงเงินกองทุนไม่ครบตามกฎหมายกำหนด มีสินทรัพย์สภาพคล่องไม่เพียงพอแก่การชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ได้ จัดสรรทรัพย์สินไม่เพียงพอกับหนี้สินและภาระผูกพันต่อเจ้าหนี้ของบริษัท และมีค่าสินไหมทดแทนค้างจ่ายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนเป็นจำนวนมาก บริษัทอยู่ในฐานะที่มีหนี้สินเกินกว่าทรัพย์สิน ณ วันที่ 30 ก.ย. 2553 จำนวน 265.13 ล้านบาท

สำหรับการเพิกถอนใบอนุญาตของบริษัทดังกล่าว คปภ.ระบุว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทประกันวินาศภัยอื่นๆ โดยขณะนี้มีบริษัทประกันวินาศภัย 19 บริษัทเข้าร่วมโครงการให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่กรมธรรม์ยังมีระยะเวลาคุ้มครองเหลืออยู่ โดยให้ทำประกันภัยกับบริษัทดังกล่าวเป็นระยะเวลา 1 ปี และทางบริษัทประกันภัยจะขยายความคุ้มครองเพิ่มเติมให้เท่ากับระยะเวลากรมธรรม์ประกันภัยเดิมให้ หรือให้ส่วนลดเบี้ยสำหรับความคุ้มครองที่เหลืออยู่

อย่างไรก็ตาม ผู้เอาประกันภัยจะต้องโอนสิทธิที่จะได้รับเบี้ยประกันภัยสำหรับระยะเวลาที่เหลือ จากผู้ชำระบัญชี กองทรัพย์สินของบริษัทในคดีล้มละลาย หรือจากกองทุนประกันวินาศภัยให้แก่บริษัทที่รับประกันภัยใหม่

นอกจากนี้ คปภ. ออกคำสั่งเลขที่ 10/2553 แต่งตั้งผู้ชำระบัญชี บริษัทเอ.พี.เอฟ.อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวรันส์ ทันที และให้ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัย ให้ยื่นขอรับชำระหนี้ต่อผู้ชำระบัญชี และกองทุนประกันวินาศภัย ภายใน 2 เดือนนับแต่วันที่กองทุนประกันวินาศภัยออกประกาศ ที่สำนักงาน คปภ. ในส่วนกลาง 4 แห่ง และสำนักงาน คปภ.ภาค และสำนักงาน คปภ.จังหวัดทั่วประเทศ

แหล่งข่าวจากบริษัท เอ.พี.เอฟ. อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวรันส์ เปิดเผยว่า ตามคำสั่งที่ได้รับในวันที่ 13 ธ.ค. 2553 เวลา 14.00 น.นั้น มีหมายเหตุท้ายคำสั่งระบุว่า อนึ่ง หากบริษัทประสงค์จะยื่นคำฟ้องต่อการออกคำสั่งดังกล่าวต่อศาลปกครอง ก็ให้ยื่นคำร้องภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี

“คำสั่งปิดบริษัทประกันภัยที่ผ่านมาไม่มีวรรคสุดท้าย แต่คำสั่งที่เราได้รับมีจึงมีโอกาสที่กลับมาดำเนินธุรกิจได้อีก ซึ่งขณะนี้ผู้ถือหุ้นกำลังรวบรวมผู้ถือหุ้นรายใหม่เข้ามาคิดว่าจะยื่นได้ภายใน 90 วัน” แหล่งข่าวเปิดเผย

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ทางบริษัท เอ.พี.เอฟ.ฯ ไม่มีหนี้สิน และยังมีเงินทุนอยู่ 77 ล้านบาท ขณะที่ค่าสินไหมทดแทนมีไม่ถึง 50 ล้านบาท และทาง คปภ.ได้เข้ามาชะลอการจ่ายสินไหมไว้ก่อน เพราะกรมธรรม์ของลูกค้าที่อยู่ภายใต้การดูแลมีประมาณ 5,000 รายเท่านั้น เพราะทาง คปภ.ได้สั่งให้บริษัทหยุดรับประกันภัยมาตั้งแต่เดือน ส.ค. 2553 ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นกรมธรรม์ประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ ทำให้มีความเสี่ยงต่ำ

“รักษาการกรรมการผู้จัดการได้ออกคำสั่งต่อพนักงานว่า พรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานแล้ว เพราะต้องรอผู้ชำระบัญชีเข้ามาทำ ซึ่งในคำสั่งไม่มีเรื่องให้พนักงานหยุดทำงาน เรื่องนี้ก็ไม่เข้าใจผู้บริหารเหมือนกัน” แหล่งข่าวเปิดเผย

ทั้งนี้ 9 เดือนแรกบริษัท เอ.พี.เอฟ.ฯ มีเบี้ยรับรวม 281.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.68% จากปี 2552

สำหรับบริษัท เอ.พี.เอฟ.ฯ เดิมชื่อบริษัท แอ๊ดวานซ์ อินชัวรันส์ ตามกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ เอพีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ เอพีเอฟกรุ๊ป ที่มีนักลงทุนญี่ปุ่นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ทางกลุ่มผู้ถือหุ้นได้ถอนการลงทุนจากบริษัทดังกล่าวเนื่องจากประสบภาวะขาดทุนและไม่ต้องการเพิ่มทุนใหม่หลังจากใช้เงินลงทุนไปแล้ว 300 ล้านบาท และขายหุ้นให้กับกลุ่มทุนคนไทยเมื่อเดือน ก.ค. 2553 และถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถเพิ่มทุนได้สำเร็จ จนถูกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน