posttoday
เปิดผลสำรวจรสก.เข้าตลาดหุ้นได้ดี

เปิดผลสำรวจรสก.เข้าตลาดหุ้นได้ดี

13 ธันวาคม 2553

 

ปี’53ระดมทุน5หมื่นล้าน/80%คะแนนซีจีดีเลิศ/บุกญี่ปุ่นดึงอีทีเอฟเทรด

โพสต์ทูเดย์ — ตลาดหลักทรัพย์เปิดผลสำรวจ รสก.และบริษัทลูกที่เข้าตลาดหุ้นมีแต่ได้ดี คะแนนซีจีดีเลิศเข้าถึงทุนได้ง่าย ช่วยลดภาระค้ำประกันจากรัฐปี 2553 ระดมทุนกว่า 5 หมื่นล้าน

นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการกลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากรายงานผลสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนประจำปี 2553 (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies 2010) ซึ่งจัดทำโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย สนับสนุนโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่ารัฐวิสาหกิจ (รสก.) และบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 15 แห่ง ได้รับการประกาศผลตามจำนวนสัญลักษณ์ของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลแห่งชาติอยู่ในระดับดีมาก (4 โลโก้) ขึ้นไป หรือได้คะแนน 8089% โดยในจำนวนนี้ 12 แห่ง หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 80% อยู่ในระดับดีเลิศ (5 โลโก้) คือได้รับคะแนนประเมิน 90% ขึ้นไปซึ่งเป็นระดับคะแนนสูงสุด

นอกจากนี้ พบว่าในปี 2553 รสก.และลูก รสก.ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนมีการระดมทุนผ่านตราสารทุนและตราสารหนี้ถึงประมาณ 5.18 หมื่นล้านบาท สะท้อนว่าการเข้าตลาดหุ้นช่วยเพิ่มความเข้มแข็งทางด้านการเงิน และเพิ่มช่องทางการระดมทุนโดยไม่ต้องพึ่งพิงเงินทุนหรือการค้ำประกันเงินกู้จากภาครัฐ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้นการส่งเสริมให้ รสก.หรือลูก รสก. เข้าตลาดหุ้นน่าจะเป็นกลไกในเชิงการพัฒนาและจะเป็นประโยชน์ในระยะยาว

ทั้งนี้ รสก.และบริษัทลูก รสก. ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่ได้รับผลการสำรวจระดับดีเลิศจำนวน 12 บริษัท ได้แก่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) บริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) บริษัท ธนาคารกรุงไทย (KTB) บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) บริษัท อสมท (MCOT) บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR บริษัท ปตท.เคมิคอล (PTTCH) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) และบริษัท ไทยออยล์ (TOP)

นายภากร ปิตธวัชชัย รองผู้จัดการสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงผลการเดินทางไปดูงานตลาดหลักทรัพย์ของญี่ปุ่นว่า ตลาดหลักทรัพย์ได้ไปพบกับบริษัทหลักทรัพย์และผู้บริหารกองทุนในประเทศญี่ปุ่น หารือในการที่จะนำสินค้าอีทีเอฟของญี่ปุ่นมาซื้อขายในตลาดหุ้นไทย รวมถึงอยากให้ทางญี่ปุ่นนำอีทีเอฟไทยไปซื้อขายในตลาดหุ้นญี่ปุ่นด้วย

ดังนั้น ในส่วนของไทยหากจะนำไปเทรดที่ญี่ปุ่นนั้นน่าจะเป็นในส่วนของ TDEX เพราะมีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง ขณะที่อีทีเอฟของญี่ปุ่นที่จะนำมาเทรดในไทยคือ อีทีเอฟยานยนต์ เพราะจะมีสินค้าที่คนไทยต่างรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี เช่น นิสสัน โตโยต้า ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นได้ในปีหน้า

“สาเหตุที่สนับสนุนให้ตลาดต่างประเทศนำอีทีเอฟของไทยไปซื้อขาย เพราะจะเป็นการเพิ่มสัดส่วนการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติทางอ้อม เพราะเมื่อนักลงทุนต่างชาติซื้ออีทีเอฟจะทำให้มีการซื้อหุ้นที่อยู่ในตะกร้าการลงทุนของอีทีเอฟนั้นๆ ด้วย” นายภากร กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ