
สงครามราคาเงินฝากลงจอแน่
โพสต์ทูเดย์
— ธนาคารแข่งชิงลูกค้ารายย่อยเน้นเงินฝากเป็นตัวชูโรง รับดอกเบี้ยขาขึ้น เชื่อสู้ราคากันสนุกนางกาญจนา โรจวทัญญู ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์เงินฝากจะเป็นผลิตภัณฑ์หลักของธนาคารในปี 2554 เพราะจะเป็นช่วงจังหวะที่ดอกเบี้ยขาขึ้น อีกทั้งปีหน้าเป็นปีที่การคุ้มครองเงินฝากจะเริ่มบังคับใช้เป็นปีแรก เหลือคุ้มครองรายละไม่เกิน 50 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ผู้ฝากเงินเริ่มหาช่องทางกระจายเงินในหลายธนาคาร โดยเฉพาะลูกค้ารายใหญ่
ปี 2554 จึงเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่ธนาคารจะออกผลิตภัณฑ์เงินฝากสำหรับลูกค้ารายย่อย โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่เดือนละ 1.5 หมื่นบาท ถึง 1 แสนบาท
นางกาญจนา กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ฝากที่เป็นลูกค้ารายใหญ่มีความจงรักภักดีต่อธนาคารน้อยลง เนื่องจากมีอำนาจในการต่อรองสูง มีผลต่อการย้ายเงินฝาก ในทางกลับกันลูกค้าเงินฝากระดับกลางกลับมีความจงรักภักดีต่อธนาคารสูงกว่ารายใหญ่
“
หน้าตาของทหารไทยในปีหน้าจะเน้นที่ลูกค้ารายย่อย ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ธนาคารทำแล้วไม่เหมือนคนอื่น ไม่เคยมีในตลาดมาก่อน ตอบโจทย์ลูกค้าจริงๆ เน้นนวัตกรรมที่หลากหลาย เงินฝากยังเป็นหลัก แต่จะมีผลิตภัณฑ์อื่นเข้ามาด้วย ตอนนี้มีตัวชูโรงในใจ 34 อย่างแล้ว” นางกาญจนา กล่าวนอกจากเงินฝาก ยังมีสินเชื่อที่อยู่อาศัย และผลิตภัณฑ์ประกันที่ธนาคารให้ความสนใจ อย่างสินเชื่อที่อยู่อาศัยธนาคารได้ให้วงเงินกู้กับพนักงานบริษัทเอกชนสูงกว่าธนาคารอื่น โดยจะมีการจัดอันดับบริษัทตามเกรด ส่วนสินเชื่อบุคคลพนักงานบริษัทที่ใช้บัญชีเงินเดือนผ่านธนาคาร ก็ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาดต่ำสุดที่ 19%
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นในปีนี้ ได้แก่ เงินฝากประจำ 7 วันรับดอกเบี้ยทันที บัตรเครดิต คิดดอกเบี้ย 4 เดือนแรก 9.5% โดยทั้งปีมีลูกค้ารายย่อยเข้ามาเป็นลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้น 89 แสนราย จากรายย่อยรวม 7.5 ล้านราย
น.ส.ดุษณี เกลียวปฏินนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ปีหน้าจะเน้นทั้งเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวัน จะมีการทำโปรโมชันหรือทำการตลาดแบบช่วงอายุของผู้ฝากเงิน เช่น เงินฝากเด็ก และจะเห็นการเล่นเรื่องราคามากขึ้น ขณะเดียวกันจะเน้นขยายสินเชื่อไม่มีหลักประกัน สินเชื่อบุคคล เนื่องจากฐานสินเชื่อบุคคลของธนาคารยังขนาดเล็ก ส่วนแบ่งการตลาดไม่มาก







