
คนไทยมีสิทธิ์เห็นทองทะลุ 2.3 หมื่นบาท
รองเลขาธิการสมาคมค้าทองคำ ชี้ ราคาทองในประเทศมีโอกาสสูงเกินบาทละ 23,000 บาท ตามราคาตลาดโลกที่ผันผวนหนัก
รองเลขาธิการสมาคมค้าทองคำ ชี้ ราคาทองในประเทศมีโอกาสสูงเกินบาทละ 23,000 บาท ตามราคาตลาดโลกที่ผันผวนหนัก
นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ รองเลขาธิการสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ปีนี้ราคาทองคำมีสิทธิ์ปรับสูงกว่า 1,300 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และมีโอกาสทำสถิติสูงสุดถึง 2,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ แต่ความเป็นไปได้ที่มีเหตุผลรองรับน่าจะอยู่ระดับ 1,300-1,500 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งจะผันผวนตามค่าเงินเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ การปรับขึ้นของราคาทองดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศปรับขึ้นสูงกว่า 2 หมื่นบาทในปีนี้ แต่อาจจะมีปัจจัยค่าเงินบาทแข็งค่ามาสกัดราคาสูงขึ้นของราคาทอง เบื้องต้นจึงขอทดสอบในระดับสูงสุดเดิมที่บาทละ 19,300 บาทก่อน
อย่างไรก็ดี หากคำนวณราคาทองคำในตลาดโลกที่สูงสุดจากความเป็นไปได้ที่ 1,500 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ในภาวะที่ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะทำให้ราคาทองคำในประเทศสูงขึ้นอีก 5,900 บาท หรือ จะอยู่ที่บาทละ 23,800 บาท
นายแพทย์กฤชรัตน์ กล่าวว่า การลงทุนทองคำในช่วงนี้ ต้องเกาะตามกระแสให้ทัน เพราะมีความผันผวนมากกว่าปีที่แล้ว เห็นได้จากราคาทองคำเพียง 8 วันทำการ ราคาทองขึ้นสูงสุดถึง 83 เหรียญ และลงต่ำสุดถึง 67 เหรียญ ประกอบกับปีนี้มีแนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นตัว ซึ่งจะส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อตามมา ขณะที่ราคาน้ำมันสูงกว่าปีที่แล้ว ปัจจัยเหล่านี้สนับสนุนให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่า และราคาทองคำทะยานขึ้น ในทางกลับกัน หากธนาคารกลางสหรัฐ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็ว เพื่อสกัดเงินเฟ้อเมื่อใด เมื่อนั้นราคาทองคำจะร่วงลงทันที
"ปัจจัยภาวะค่าเงินเหรียญสหรัฐ มีผลกับความเคลื่อนไหวของราคาทองคำมากที่สุด ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้น เงินเหรียญสหรัฐจะอ่อนตัว ทำให้ราคาทองคำทะยานขึ้นเร็ว ส่วนปัจจัยจากการที่จีนออกมาตรการสกัดความร้อนแรงของเศรษฐกิจนั้น มีผลกระทบเพียงระยะสั้น เพราะจีนเป็นประเทศปิด เงินหยวนก็มีผลต่อเศรษฐกิจโลกน้อย" นายแพทย์กฤชรัตน์กล่าว







