
ยึดทรัพย์หนีประกัน5.4หมื่นล.
กรมบังคับคดีลุยตามยึดทรัพย์ผู้ต้องหาหนีประกันเข้าหลวง 5.4 หมื่นล้านบาท ตั้งทีมไล่ล่าพวกล้มบนฟูก ประเดิมสัมพันธ์ประกันภัย
กรมบังคับคดีลุยตามยึดทรัพย์ผู้ต้องหาหนีประกันเข้าหลวง 5.4 หมื่นล้านบาท ตั้งทีมไล่ล่าพวกล้มบนฟูก ประเดิมสัมพันธ์ประกันภัย
นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า กรมบังคับคดีร่วมมือกับสำนักงานศาลยุติธรรมเร่งติดตามยึดหลักทรัพย์ค้ำประกันของนายประกันที่ใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันตัวผู้ต้องหา และเมื่อผู้ต้องหาหลบหนี้จะต้องติดตามยึดหลักทรัพย์ค้ำประกันซึ่งส่วนใหญ่เป็นโฉนดที่ดิน โดยปัจจุบันมีสำนวนอยู่ 18,306 เรื่องคิดเป็นทุนทรัพย์รวม 54,157.52 ล้านบาท ซึ่งจะติดตามยึดและนำขายทอดตลาดเพื่อแปลงเป็นเงินเพื่อนำเข้าหลวง
“ปัจจุบันมีหน่วยงานของรัฐหลายแห่งที่เป็นเจ้าหนี้และมีการยึดหลักทรัพย์ค้ำประกันไว้ ซึ่งจะต้องจัดตั้งทีมงานขึ้นมาเพื่อทำงานนี้โดยเฉพาะในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์เพื่อให้การทำงานรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีกับหน่วยงานของรัฐทำให้มีสภาพคล่องมากขึ้น” นายวิศิษฏ์ กล่าว
ในขณะเดียวกันกรมบังคับคดีมีนโยบายจะไม่ให้ลูกหนี้ล้มบนฟูก โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.นี้ ได้มีการจัดตั้งกองเฉลี่ยทรัพย์และติดตามทรัพย์สินขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ติดตามผู้ที่เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการและล้มละลาย โดยกองนี้จะทำหน้าที่สืบเสาะติดตามทรัพย์สินของลูกหนี้มาให้ทั้งหมด และดำเนินการยึดทรัพย์และขายทอดตลาดตามกระบวนการกฎหมายเพื่อความเป็นธรรมกับเจ้าหนี้
สำหรับทีมงานประกอบด้วยผู้ชำนาญการด้านการบัญชีและกฎหมาย โดยหน่วยงานนี้มีอำนาจสืบย้อนหลังถึงเส้นทางทรัพย์ของลูกหนี้ด้วย พร้อมทั้งจะเสนอให้มีโทษทั้งทางแพ่งและทางอาญาด้วย ซึ่งจะประเดิมการติดตามสินทรัพย์ของบริษัทสัมพันธ์ประกันภัย เนื่องจากเกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมาก
นายวิศิษฏ์ กล่าวว่า แนวโน้มคดีมีอัตราเพิ่มขึ้น 5-10% ทุกปี ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดีก็ตาม ซึ่งหากเศรษฐกิจดีคดีจะเป็นคดีเกี่ยวกับการทะเลาะขัดแย้งธุรกิจ แต่ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีจะเป็นคดีเกี่ยวกับการฟ้องร้องระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้
ปัจจุบันงบประมาณปี 2554 (ณ เดือน ต.ค. 2553) มีทรัพย์รอการขาย 115,793 เรื่อง คิดเป็นทุนทรัพย์ 195,474,851,506 บาท สามารถขายได้ 52,163 เรื่อง ทุนทรัพย์ 6,609,165,249 บาท คงค้างอยู่ 111,377 เรื่อง รวมทุนทรัพย์ 188,865,686,257 บาท โดยใน|ปีงบประมาณ 2553 มีทรัพย์รอขายจำนวน 166,706 เรื่อง คิดเป็นทุนทรัพย์ 275,375,220,617 บาท สามารถระบายขายทรัพย์ไปได้ 52,163 เรื่อง จำนวนทุนทรัพย์ 79,942,129,827 บาท







