
บาทแข็งดึงตปท.ช้อนหุ้น
ปรับดอกเบี้ยขึ้น ชะลอเงินทุนออกหุ้นอสังหาฯเดี้ยง
โพสต์ทูเดย์
— กนง.ช็อก! ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ทำหุ้นสดใสพุ่งแรงกว่า 12 จุด ค่าเงินบาทแข็ง ช่วยชะลอเงินทุนไหลออก หุ้นอสังหาริมทรัพย์เดี้ยง แบงก์หรูคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำเซอร์ไพรส์ตลาด มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% เป็น 2% รวมถึงตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นถ้วนหน้า ความกังวลปัญหายุโรปผ่อนคลาย ทำให้ดัชนีหุ้นวิ่งขึ้นไปปิดที่ 1,017.64 จุด เพิ่มขึ้น 12.52 จุด หรือ 1.25% มูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 47,390 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,194 ล้านบาท และยังซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ถึง 2,804 ล้านบาท
ขณะเดียวกันเงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นเช่นเดียวกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ถูกนักลงทุนขายทิ้งเกือบทุกตัว และกลับไปช้อนซื้อหุ้นสถาบันการเงิน ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
นาย ณ สุ จันทร์สม กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุนอีเอฟจี (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มธนาคารอีเอฟจี ธนาคารรายใหญ่อันดับ 3 ในสวิตเซอร์แลนด์ ให้ความเห็นว่า การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้สะท้อนว่า ธปท.เชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจอย่างมากจึงกล้าขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะช่วยชะลอเงินทุนไหลออกได้บ้าง จากปกติช่วงสิ้นปีเงินมักไหลออกเพื่อล็อกกำไรแลกเงินเหรียญสหรัฐ และต้นปีหน้าจึงจะจัดพอร์ตลงทุนใหม่ ซึ่งหุ้นไทยยังได้อานิสงส์เงินทุนไหลออกจากสหรัฐและยุโรปเข้ามาภูมิภาคเอเชีย
นายปริญทร์ กิจจาทรพิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟาร์อีสท์ กล่าวว่า ดัชนีน่าจะขึ้นทดสอบแนวต้านระดับ 1,025 จุด และแนวรับ 1,010 จุด
สำหรับเงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้น ส่งผลบวกต่อบริษัทบางกลุ่ม ทำให้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน เพราะมีหนี้ต่างประเทศในระดับสูง เช่น พลังงานและปิโตรเคมีจึงแนะนำให้ซื้อ รวมถึงหุ้นกลุ่มธนาคาร
ด้านนายอดิศร ธนนันท์นราพูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮาส์ (LH) กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 0.25% เป็น 2% นั้น มั่นใจว่าไม่กระทบต่อภาพรวมของบริษัทแต่อย่างใด จึงมั่นใจว่าผลการดำเนินในไตรมาส 4 และทั้งปีนี้ยังดีตามที่คาดไว้แน่นอน โดยคอนโดมิเนียมที่สุขุมวิท 62 อยู่ระหว่างการโอน 7080% ส่วนที่เหลืออีก 20% รอโอนปีหน้า
“
ดอกเบี้ยขึ้นไม่มาก และต่ำกว่าที่ตลาดคาดก่อนหน้าว่าจะขึ้น 0.751% สรุปว่าปีนี้ขึ้นเพียง 0.50% เท่านั้น ส่วนปีหน้าหากจะขึ้นอีก 0.250.50% ก็ไม่น่าจะมีผลกระทบมาก” นายอดิศร กล่าวนายภูมิพัฒน์ สินาเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ (AP) ให้ความเห็นว่า ดอกเบี้ยที่ขึ้นอีก 0.25% จะไม่มีปัญหากับกำลังซื้อของผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม การขึ้นดอกเบี้ยทุก 1% จะเพิ่มภาระผ่อนบ้านให้ผู้กู้ 7% ของรายได้ กรณีเงินเดือนคงที่ โดยค่าผ่อนบ้านที่คิดเป็น 1 ใน 3 ของรายได้ แต่ค่าเฉลี่ย 3 ปีที่ผ่านมารายได้ของผู้บริโภคขึ้นมา 56% ต่อปี ส่งผลกระทบต่อผู้กู้น้อยมาก







