
บอร์ดรฟท.อนุมัติ1.8หมื่นล.
ซ่อมทางไม่ปลอดภัย12แห่ง เร่งแอร์พอร์ตลิงก์เก็บเงินม.ค
.โพสต์ทูเดย์
— บอร์ด ร.ฟ.ท.อนุมัติกรอบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ปรับปรุงทางรถไฟที่ไม่ปลอดภัย 12 โครงการ 1.8 หมื่นล้าน เร่งปรับปรุงแอร์พอร์ตลิงค์เพื่อเก็บเงินเต็มที่เดือนม.ค.54นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ร.ฟ.ท. ได้อนุมัติแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานระยะเร่งด่วน 25532557 เพื่อปรับปรุงทางรถไฟ 12 โครงการ วงเงินกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท
รวมทั้งได้หารือเรื่องการบริหารจัดการโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ซึ่งในเดือน ม.ค. 2554 จะมีการจัดเก็บค่าโดยสารในราคาเต็ม คือ ซิตีไลน์ 1545 บาท เอกซ์เพรสไลน์ 150 บาท โดย ร.ฟ.ท.จะจัดทำระบบตั๋วและการเช็กอินให้แล้วเสร็จก่อนเริ่มเก็บเต็มราคา พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบการจ่ายเงินว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาในการบริหารจัดการเดินรถ เนื่องจากการเบิกจ่ายล่าช้า ทำให้บริษัท DB INTERNATIONAL GMBH หรือ DBI ที่รับบริหารจัดการเดินรถไม่ต้องการต่อสัญญากับ ร.ฟ.ท.
บอร์ด ร.ฟ.ท.ได้เห็นชอบขยายระยะเวลาจ้างบริษัท ดีบีไอ ไปอีก 3 เดือน หรือระหว่างวันที่ 24 ต.ค. 255331 ม.ค. 2554 วงเงินกว่า40 ล้านบาท เพื่อทำหน้าที่ดูแลระบบการเดินรถและการบำรุงรักษาในโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ และได้มอบหมายให้ ร.ฟ.ท. เร่งพิจารณาจัดหาผู้บริหารจัดการเดินรถโครงการแอร์พอร์ตลิงก์เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาที่ดีบีไอจะสิ้นสุดสัญญาจ้างในเดือน ม.ค. 2554 เนื่องจากดีบีไอเห็นว่าการเบิกจ่ายเงินจาก ร.ฟ.ท.ล่าช้า บอร์ด ร.ฟ.ท.จึงตั้งกรรมการตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินในทุกโครงการเพื่อเร่งแก้ปัญหา
นอกจากนี้ ได้อนุมัติการแปรงบลงทุนจำนวน 171 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาใช้ในการติดตั้งบันไดเลื่อนเพิ่ม 12 จุด บริเวณสถานีรถไฟฟ้าพญาไท ราชปรารภ และหัวหมาก รวมทั้งก่อสร้างถนนและลานจอดรถโดยจะใช้วิธีการจ้างแบบพิเศษ เพื่อให้งานแล้วเสร็จทันเดือน ม.ค. 2554
นายยุทธนา กล่าวว่า คาดว่าเมื่อมีการจัดเก็บค่าโดยสารโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ปกติ จะทำให้มีรายได้ค่าโดยสารประมาณวันละ 1 ล้านบาท และมีรายได้เชิงพาณิชย์จากค่าโฆษณาไม่ต่ำกว่าปีละ 17 ล้านบาท รายได้จากค่าเช่าพื้นที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าไม่ต่ำกว่าปีละ 7 ล้านบาท และคาดว่าจะคุ้มทุนในปีที่ 6 ส่วนปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าธรรมดาอยู่ที่วันละประมาณ 4.2 หมื่นคนต่อเที่ยว รถไฟฟ้าด่วนวันละประมาณ 800 คนต่อเที่ยว และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 คนต่อเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ในการอนุมัติให้ประกวดราคางานจ้างเหมาปรับปรุงทางรถไฟที่ไม่ปลอดภัยต่อการเดินรถด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 12 โครงการ วงเงินประมาณ 1.89 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรฟท.วงเงินรวม 1.7 แสนล้านบาท โดยในปีงบประมาณ 2554 นี้จะสามารถเบิกจ่ายเงินได้ประมาณ 4.5 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือจะเป็นงบผูกพันในปีถัดไป อาทิ งานปรับปรุงผลิตหมอนคอนกรีตฯ พร้อมเครื่องยึดเหนี่ยวสปริงราง แบบครบชุด ระหว่างพิษณุโลกเชียงใหม่ , มาบกะเบาคลองไผ่ฯลฯ
ส่วนการแต่งตั้งผู้บริหารประจำ 3 หน่วยธุรกิจของรฟท. เบื้องต้น ได้รับแจ้งจากกระทรวงการคลังอย่างไม่เป็นทางการว่าไม่สามารถเปิดสรรหาบุคคลจากภายนอกมาทำหน้าที่บริหารหน่วยธุรกิจลักษณะเหมือนการสรรหาผู้ว่าการรฟท.ได้ เนื่องจากหน่วยธุรกิจไม่ได้เป็นนิติบุคคล การจ้างจะไม่มีกฎหมายรองรับ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าจะปรับรูปแบบการว่าจ้างเป็นวิธีการจ้างแรงงานจากภายนอกประมาณ 23 คน มาทำหน้าที่บริหารหน่วยธุรกิจ หรือแต่งตั้งรองผู้ว่าการรฟท. เป็นผู้บริหารโดยให้ค่าตอบแทนสูงเพื่อสร้างแรงจูงใจในการบริหารงานแทน ทั้งนี้โดยมีตัดชี้วัดเป็นการประเมินผลงานด้วย ซึ่งจะต้องเสนอให้คณะกรรมการ รฟท.พิจารณาความเหมาะสมต่อไป







