
ห้างยักษ์เปิดช่องขายออนไลน์
เดอะมอลล์เปิดม้อดส์8ธ.ค. หวังปีแรกขาย400ล้านบาท
โพสต์ทูเดย์ — เดอะมอลล์ควัก100 ล้าน เปิดห้างออนไลน์ “ม้อดส์” สนองนักช็อปไซเบอร์ หวังยอดขายปีแรกแตะ 400 ล้านบาท เสริมยอดขายหลักทั้งกลุ่ม4หมื่นล้านบาทต่อปี
น.ส.ศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผู้บริหารศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ดิ เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ เปิดเผยว่า บริษัทใช้งบลงทุน 80100 ล้านบาท พัฒนาธุรกิจใหม่ภายใต้ชื่อ เอ็ม ออนไลน์ ดีพาร์ทเมนท์ สโตร์ หรือ ม้อดส์ (MODS) ให้บริการจับจ่ายซื้อสินค้าบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเว็บไซต์ “ม้อดส์ ดอทซีโอ ดอท ทีเอช” โดยมีสินค้าให้บริการ 11 กลุ่ม กว่า 3 หมื่นรายการ กลุ่มเป้าหมายหลักระดับบีขึ้นไป อายุ 2040 ปี กลุ่มเป้าหมายรอง 1520 ปี และ 4150 ปี ตามลำดับ โดยบริการใหม่ผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการวันที่ 8 ธ.ค.นี้
บริษัทยังได้ร่วมกับ 2 พันธมิตร คือ ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเว็บไซต์ และระบบการจับจ่ายสินค้า (เปย์เมนต์) ในรูปแบบ อีคอมเมิร์ซ พร้อมร่วมจัดทำระบบออนไลน์ และบริการจัดส่งสินค้า จาก ไทเกอร์ อิสตริบิวชัน แอนด์ โลจิสติกส์ เป็นต้น และผู้ให้บริการสถาบันการเงิน ซิตี้แบงก์ เพื่อสร้างโปรแกรมลอซีอาร์เอ็ม และซีอีเอ็ม ผ่านการสะสมคะแนนที่เรียกว่า “ม้อดส์ พอยท์” ที่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นม้อดส์ ดอลลาร์ ได้ในอนาคต เป็นต้น
บริการใหม่ดังกล่าวเพื่อรองรับกระแสค้าปลีกบนโลกออนไลน์ในปี 2554 ที่คาดจะมาแรงมากขึ้น จากผู้ให้บริการห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ในประเทศไทย หันมาให้ความสำคัญในช่องทางการขายสินค้าผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่นเดียวกับตลาดในต่างประเทศ โดยช่วง 23 ปี ที่ผ่านมาระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีการขยายตัวสูงขึ้น โดยทั่วโลกมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากกว่า 1,700 ล้านคน และในประเทศไทยมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 24 ล้านคน จากการเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ง่ายขึ้น เช่น ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้ทุกที่ทุกเวลา รวมถึงกลุ่มผู้ใช้งานเว็บไซต์ผ่านเครือขายสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊กในไทยมีสูงถึง 6 ล้านคน และเป็นอันดับที่ 21 ของโลก ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้นิยมหาข้อมูลสินค้าทางอินเทอร์เน็ตก่อนซื้อราว 87%
สำหรับแนวทางดังกล่าวบริษัทมองเห็นโอกาสที่เข้ามาต่อยอดธุรกิจและการทำตลาดค้าปลีกได้ในอนาคต โดยในปีหน้าบริษัทมีแผนพัฒนาเนื้อหาให้บริการในเว็บไซต์เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้บริการจับจ่ายซื้อสินค้าออนไลน์ได้ทั่วโลกด้วย โดยบริษัทวางเป้าหมายหลังเปิดตัวเว็บไซต์ดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว จะมีกลุ่มลูกค้าสนใจเป็นรายบุคคลเข้ามาใช้บริการเว็บไซต์เฉลี่ย 1 หมื่นรายต่อวัน และคาดว่าในปีแรกจะมียอดขายผ่านธุรกิจใหม่ดังกล่าวสัดส่วน 1% จากยอดขายรวมของกลุ่มบริษัทกว่า 4 หมื่นล้านบาทต่อปี หรือราว 400 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้น 200300% โดยใน 12 ปีข้างหน้าจะมีสัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 37%







