posttoday
เงินบาทร่วง...เผชิญปัจจัยลบต่างประเทศ

เงินบาทร่วง...เผชิญปัจจัยลบต่างประเทศ

29 พฤศจิกายน 2553

....วารุณี สิทธิถาวร

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (2226 พ.ย. 2553) ค่าเงินเริ่มต้นที่ระดับ 29.88 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ปรับแข็งค่าขึ้นจาก 29.92 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์ และยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบเนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาชี้นำตลาด อีกทั้งนักลงทุนยังรอความชัดเจนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะออกมาตรการดูแลเงินทุนเคลื่อนย้าย

ทั้งนี้ ค่าเงินบาทยังคงทรงตัวใกล้ระดับ 29.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แม้จะได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นภูมิภาคที่ดีดตัวขึ้นรับข่าวการแก้ไขปัญหาของไอร์แลนด์ หลังเจ้าหน้าที่ทางการเงินโลกบรรลุข้อตกลงเพื่อช่วยเหลือไอร์แลนด์ โดยเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรป (อียู) และไอเอ็มเอฟจะเริ่มทำรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือระยะ 3 ปีแก่ไอร์แลนด์

ขณะที่รัฐบาลสรุปมาตรการรัดเข็มขัดมูลค่า 1.5 หมื่นล้านยูโร หรือ 2.05 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ดี ปัจจัยลบในประเทศจากปัญหาการเมืองเริ่มกลับมามีน้ำหนักกดดันภาวะการลงทุนในตลาดการเงินอีกครั้ง เนื่องจากกลุ่มพันธมิตรมีการนัดชุมนุมกันในวันที่ 2325 พ.ย.

รวมทั้งการคุมเข้มทางการเงินของทางการจีนที่สั่งเพิ่มเพดานการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์เพื่อควบคุมเงินเฟ้อในประเทศ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ของปีนี้ ยังคงสร้างความกังวลแก่นักลงทุนและเป็นปัจจัยจำกัดการปรับตัวขึ้นของค่าเงินภูมิภาค

เงินบาทเริ่มอ่อนค่าลงสู่ระดับ 30.03 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันอังคาร โดยปัญหาหนี้สินในยุโรปยังคงสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนหลังมองว่าความช่วยเหลือที่ไอร์แลนด์ได้รับอาจไม่เพียงพอในการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น

อีกทั้งมีแนวโน้มว่าวิกฤตหนี้ที่เกิดขึ้นอาจลุกลามไปสู่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคยูโรโซน ขณะที่ในช่วงบ่ายวันอังคารตลาดหุ้นเอเชียมีการดิ่งลงอย่างรุนแรง หลังมีรายงานข่าวว่าเกาหลีเหนือมีการยิงปืนใหญ่เข้าไปในเกาะยองเปียงของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนและกระตุ้นให้นักลงทุนมีการเทขายสินทรัพย์ภูมิภาค ส่งผลให้ค่าเงินเอเชียอ่อนค่าลง โดยเฉพาะเงินวอนเกาหลีใต้ที่ร่วงลงกว่า 3% จากข่าวดังกล่าว ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าลงสู่ระดับ 30.03 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ในช่วงปลายสัปดาห์เงินบาทยังคงปรับตัวในทิศทางอ่อนค่าต่อเนื่องจากช่วงต้นสัปดาห์ โดยอยู่ที่ระดับ 30.07 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันพุธ ขณะที่ปัญหาความขัดแย้งบนคาบสมุทรเกาหลีที่ตึงเครียดมากขึ้นกลายเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมหลังจากความกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินของไอร์แลนด์ยังไม่จางไปจากตลาด

ดังนั้น ทางการเกาหลีใต้ได้ออกมากล่าวว่า เศรษฐกิจของประเทศมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะรับมือกับผลกระทบจากข่าวที่สร้างความตื่นตระหนกและพร้อมที่จะดำเนินมาตรการต่างๆ หากจำเป็น เพื่อให้ตลาดมีเสถียรภาพ หลังนักลงทุนเกิดความวิตกกับข่าวการโจมตีจากเกาหลีเหนือ ซึ่งการแสดงความเห็นดังกล่าวช่วยสร้างความเชื่อมั่นในแก่นักลงทุนได้ในระดับหนึ่ง และช่วยให้หนุนภาวะการลงทุนในตลาดการเงิน เห็นได้จากตลาดหุ้นเอเชียที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น เช่นเดียวกับค่าเงินในภูมิภาคที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น แม้การปรับตัวจะเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากปัญหาหนี้สินของประเทศในยูโรโซนที่ส่อเค้าลุกลามไปสู่ประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะโปรตุเกสและสเปนที่อาจเป็นประเทศต่อไปที่ต้องขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน ยังคงเป็นปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงิน และทำให้ค่าเงินบาทมีการแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ใกล้ระดับ 30.02 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงกลางสัปดาห์ และยังคงปรับตัวในทิศทางอ่อนค่า เนื่องจากเงินเหรียญสหรัฐที่ปรับแข็งค่าขึ้นอีกครั้งหลังทางการสหรัฐรายงานข้อมูลการจ้างงาน และข้อมูลการใช้จ่ายของสหรัฐออกมาในเชิงบวก

โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ลดลงเกินคาดสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี และการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐมีการปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งช่วยหนุนความต้องการเงินเหรียญสหรัฐให้ปรับตัวขึ้น และกดดันให้ค่าเงินภูมิภาคยังคงปรับตัวในทิศทางอ่อนค่า และทำให้เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 30.03 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ