posttoday
โพลนักธุรกิจอัดคอร์รัปชั่นพุ่ง

โพลนักธุรกิจอัดคอร์รัปชั่นพุ่ง

28 พฤศจิกายน 2553

โพลนักธุรกิจอัดปัญหาคอร์รัปชั่นพุ่งมากกว่าช่วง 3 ปี ต้องจ่ายใต้โต๊ะนักการเมือง-ข้าราชการไม่ต่ำกว่า 25% แต่ยังมองเศรษฐกิจปีหน้าโต 3-4%

โพลนักธุรกิจอัดปัญหาคอร์รัปชั่นพุ่งมากกว่าช่วง 3 ปี ต้องจ่ายใต้โต๊ะนักการเมือง-ข้าราชการไม่ต่ำกว่า 25% แต่ยังมองเศรษฐกิจปีหน้าโต 3-4%

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจผู้ประกอบการที่มาเข้าร่วมงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 28 จำนวน 420 ตัวอย่าง เกี่ยวกับทัศนะต่อปัญหาการคอร์รัปชั่น พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 62.4% ตอบว่าสถาการณ์การทุจริตคอร์รัปชั่นของประเทศปัจจุบันมีมากขึ้นกว่าช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กลุ่มตัวอย่าง 79.7% ยังตอบว่ามีการจ่ายเงินพิเศษให้กับข้าราชการและนักการเมืองเพื่อให้ได้สัญญาธุรกิจที่ทำกับภาครัฐ และเงินพิเศษที่ต้องจ่ายออกไปมีมูลค่ามากกว่า 25% ของมูลค่าสัญญาที่รับงานจากรัฐ

ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นว่าการคอร์รัปชั่นมีผลกระทบในแง่ลบต่อการดำเนินธุรกิจ เป็นอุปสรรคที่ขัดขวางการพัฒนาของประเทศอย่างยั่งยืน สมควรได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง และผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็พร้อมที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมป้องกันต่อต้านการทุจริตตามแผนยุทธศาสตร์ของหอการค้าไทย แต่เห็นว่าอาจประสบความสำเร็จน้อยกว่ายุทธศาสตร์อีก 2 ด้านที่หอการค้าไทยขับเคลื่อน โดยยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจจะประสบความสำเร็จมากสุด รองลงมาคือยุทธศาสตร์การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

เมื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2554 พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มองเศรษฐกิจไทยปีหน้าขยายตัวระดับ 3.1-4.0% โดยปัญหาที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมปีหน้า อันดับแรกคือสถานการณ์ไม่ความไม่แน่นอนทางการเมือง รองลงมาความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ และราคาน้ำมัน ส่วนปัญหาที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ อันดับแรกคือความไม่แน่นอนทางการเมือง รองลงมา ราคาน้ำมัน และภาวะเศรษฐกิจในประเทศ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาคธุรกิจยังมองเศรษฐกิจไทยปีหน้าเติบโต 3-5% สอดคล้องกับภาควิชาการที่มอง 3.5-4% สาเหตุที่เศรษฐกิจปีหน้าไม่โดดเด่นเท่าปีนี้ที่เศรษฐกิจไทยโต 7.5-8% แม้ว่าการส่งออกในปีหน้าจะยังขยายตัว 8-10% และรายได้ที่จะเกิดจากจำนวนนักท่องเที่ยวปีหน้า 15 ล้านคน เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นปลายปี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการบริโภคซึมลงช่วงไตรมาส 4 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1 แต่หากสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายลงเร็ว การบริโภคก็จะฟื้นได้ช่วงไตรมาส 2 ปีหน้า

อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงจากปัญหาราคาน้ำมัน เศรษฐกิจโลก อัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงในเรื่องการเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอน และเป็นประเด็นที่นักธุรกิจเป็นห่วง โดยเฉพาะการตัดสินยุบพรรคประชาธิปัตย์ที่จะเกิดขึ้นวันที่ 29 พ.ย.นี้ หากตัดสินยุบพรรคและมีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อความไม่มั่นใจของภาคประชาชนต่อการยุบสภาและเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะกระทบกับจีดีพีประเทศ 0.5% แต่หากยุบพรรคแต่ประชาชนยังมีความมั่นใจต่อรัฐบาลใหม่ เศรษฐกิจปีหน้าจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 3% และหากไม่ยุบพรรคก็ไม่มีผลกระทบใดเลย

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน