
สบพ. เผย สถานะกองทุนน้ำมัน2.1 หมื่นล้านบาทสามารถบริหารได้
โพสต์ทูเดย์-เปิดหน้าตักกองทุนน้ำมันฯ 2.1 หมื่นล้านบาทพร้อมรับมือจ่ายชดเชยนำเข้าแอลพีจีที่สูงขึ้น หากปัญหามาบตาพุดไม่ยืดเยื้อ
โพสต์ทูเดย์-เปิดหน้าตักกองทุนน้ำมันฯ 2.1 หมื่นล้านบาทพร้อมรับมือจ่ายชดเชยนำเข้าแอลพีจีที่สูงขึ้น หากปัญหามาบตาพุดไม่ยืดเยื้อ
นายศิวนันท์ ณ นคร ผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) หรือ สบพ. เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ล่าสุดมีฐานะสุทธิ อยู่ที่ 2.12 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินอยู่ในสถานะที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยเฉพาะการจ่ายชดเชยการนำเข้าก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ที่คาดว่าจะต้องนำเข้าเดือนละ 1 แสนตัน และทำให้ต้องมีรายจ่ายชดเชยเดือนละ 1,500 ล้านบาท
ทั้งนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือหากแนวทางแก้ปัญหามาบตาพุดที่เป็นสาเหตุให้โรงแยกก๊าซธรรมชาติแห่งที่6ถูกระงับกิจการจะยืดเยื้อและทำให้ไม่สามารถผลิตแอลพีจีในประเทศได้ตามแผน เพราะจะส่งผลให้ภาระกองทุนน้ำมันฯในการจ่ายชดเชยการนำเข้าสูงขึ้นตามไปด้วย
นอกจากนี้ปัจจัยในเรื่องราคาน้ำมันก็มีส่วนสำคัญในการบริหารกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาระดับราคาน้ำมันเริ่มสูงขึ้น ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าหากราคาน้ำมันดีเซลไปแตะที่ 30 บาท/ลิตร อาจต้องใช้กองทุนน้ำมันฯเป็นกลไกในการดูแลราคาขายปลีกหรือไม่
“หากประเมินสถานการณ์ล่าสุดของกองทุนน้ำมันฯ ตอนนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะมีเงินไหลเข้าอยู่เดือนละ 3,000 กว่าล้านบาท และมีรายจ่ายแอลพีจีเฉลี่ยดือนละ 1,500 ล้านบาท ยังพอรับไหวกับภาระรายจ่ายที่เกิดขึ้น แต่คงต้องติดตามหลังเดือนส.ค. รัฐบาลจะทบทวนมาตรการตรึงราคาแอลพีจีหรือไม่ หากยังเดินหน้าต่อก็น่าเป็นห่วงไม่น้อย”นายศิวนันท์ กล่าว
อย่างไรก็ตามประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันฯมีเงินสดในบัญชี3.1 หมื่นล้านบาท แยกเป็นหนี้สิ้นกองทุนฯ9,821 ล้านบาท ส่งผลให้มีฐานะสุทธิ 2.1 หมื่นล้านบาท โดยภาระหนี้จากการชดเชยแอลพีจีในปี 2551 จำนวน 3,656 ล้านนบาท และภาระการชดเชยในปี 2552 จำนวน 2,799 ล้านบาท
รายงานข่าวจากกรมธุรกิจพลังงาน เพิ่มเติมว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนแผนการนำเข้าแอลพีจีของเดือนม.ค. 2553 ซึ่งเดิมคาดการณ์ว่าจะต้องนำเข้ามาถึง 1 แสนตัน แต่เท่าที่ติดตามสถานการณ์การใช้แอลพีจีในประเทศ อาจจะต่ำกว่าที่ประเมินไว้ เพราะการใช้แอลพีจีในภาคปิโตรเคมีไม่ขยายตัวเท่าที่ควร โดยล่าสุดได้นำเข้าแอลพีจีมาแล้ว 4.4 หมื่นตัน ซึ่งจะนำเข้ามาอีก2.2-4.4 หมื่นตัน เท่านั้น







