posttoday
บลจ.ภัทรเปิดกองทุนSSFลงทุนSET50

บลจ.ภัทรเปิดกองทุนSSFลงทุนSET50

01 เมษายน 2563

บลจ.ภัทร เปิดเสนอขายกองทุนเปิดภัทร SET50 ESG ขาย 1 – 8 เมษายน 2563

นายยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด (บลจ. ภัทร) บริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่า บลจ. จะเปิดเสนอขายกองทุนเปิดภัทร SET50 ESG หน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออมพิเศษ (PHATRA SET50 ESG-SSFX) ในระหว่างวันที่ 1 – 8 เมษายน 2563 โดยกองทุนนี้เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนมีเป้าหมายเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET 50 โดยจะคัดเลือกหุ้นตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทจัดการกำหนด เช่น หลักเกณฑ์ด้านปัจจัยพื้นฐาน หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) เป็นต้น โดยกองทุน PHATRA SET50 ESG-SSFX นี้เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายเงินลงทุนไปในหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET50 และสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้น โดยต้องลงทุนต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 10 ปี ตามหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 นี้ ได้ปรับตัวลดลงมากกว่าร้อยละ 30 เนื่องมาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

1) การเกิดโรคระบาดไวรัสโควิด 19 ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ของหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย ไม่ว่าภาคการท่องเที่ยว การผลิต หรือการบริการหยุดชะงักลง

2) ความขัดแย้งระหว่างประเทศซาอุดีอาระเบียและรัสเซียเกี่ยวกับปริมาณการผลิตน้ำมันทำให้ราคาน้ำดิบโลกปรับลดลงกว่าร้อยละ 40 ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันและโรงกลั่น

อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางต่าง ๆ ทั่วโลกรวมถึงไทย ได้ผ่อนคลายนโยบายทางการเงินโดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงและอัดฉีดสภาพคล่องเข้ามาในระบบเป็นจำนวนสูงมาก ประกอบกับรัฐบาลในหลายประเทศและไทยได้เริ่มอนุมัติงบประมาณทางการคลังช่วยเหลือทั้งภาคธุรกิจและเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด ทำให้ความผันผวนของตลาดหุ้นไทยเริ่มลดลง

ทั้งนี้ แม้ว่าแนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปี 2563 ต้องขึ้นอยู่กับพัฒนาการของโรคระบาดเป็นสำคัญว่าจะลดความรุนแรงลงในระยะเวลายาวนานเพียงใด แต่ในมุมของการลงทุนระยะยาวแล้ว ในปัจจุบันมีหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดีหลายตัว มีมูลค่าอยู่ในระดับต่ำเกินกว่าที่ควรจะเป็น จึงนับว่าเป็นโอกาสดีในการเข้าซื้อเพื่อลงทุนระยะยาว บลจ.ภัทร จึงขอเสนอทางเลือกสำหรับการลงทุนในหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐาน อีกทั้งมีการดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาลที่ดีให้แก่นักลงทุนไทยผ่านการลงทุนในกองทุนเปิดภัทร SET50 ESG ชนิดเพื่อการออมพิเศษนี้เอง

ทั้งนี้ กองทุนเพื่อการออมพิเศษ (SSFX) มีขึ้นเพื่อช่วยส่งเสริมการออมระยะยาว โดยรัฐให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ผู้ลงทุนสามารถหักลดหย่อนค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนเพื่อการออมพิเศษ (SSFX) ได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท แยกต่างหากจากวงเงินหักลดหย่อนค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน SSF ปกติ และไม่อยู่ภายใต้เพดานวงเงินหักลดหย่อนรวมของเงินสะสม เงินสมทบหรือค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนเพื่อการเกษียณอายุทั้งหมด ทั้งนี้ ผู้ใช้สิทธิหักลดหย่อนตามมาตรการนี้จะต้องซื้อหน่วยลงทุนกองทุนเพื่อการออมพิเศษ (SSFX) นี้ ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2563 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 และต้องถือหน่วยลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขอื่น ๆ ที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด กองทุนนี้จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการออมระยะยาวอีกทั้งได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมอีกด้วย

สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจสามารถขอรับหนังสือชี้ชวนและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์ภัทร โทร. 02 305 9559 หรือ ธนาคารเกียรตินาคินทุกสาขา หรือ KKP Contact Center 02 165 5555

ข่าวล่าสุด

กัลฟ์ เอดจ์ จับมือ ค็อกนิแซนท์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน AI และบริการ  เร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ AI ของประเทศไทย

กัลฟ์ เอดจ์ จับมือ ค็อกนิแซนท์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน AI และบริการ เร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ AI ของประเทศไทย